Love~Lust~Lost  1

posted on 08 Jul 2009 08:23 by takachiiland  in LoveLustLost

Love~Lust~Lost  

Jin  X Kazuya &  Yuichi X Tomohisa

Present by  Maru~Chan

ว่ากันว่า.....ความงามมักมาพร้อมหายนะ...

:~:Chapter1:~:

*::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::*

            สวนดอกไม้ภายในคฤหาสน์หลังงามของเจ้าเมืองอุเคโต  ซึ่งอุดมไปด้วยพรรณไม้ดอกไม้ประดับหลากหลายชนิด  ที่พากันส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลไปจนทั่วบริเวณ  เหล่าผีเสื้อสีสันสดใสพากันโบยบินตอมดมบุปผางามด้วยความหลงใหล........ร่างของชายคนหนึ่งกำลังตะโกนเรียกชื่อของบุคคลที่หายไปด้วยความร้อนใจ.....

 คุณหนู...คุณหนูขอรับ...คุณหนูอยู่ไหน....ออกมาเถอะนะขอรับ  เสียงชายหนุ่มตะโกนร้องเรียกหาคุณหนูจอมแก่นดังเสียจนทั่วสวนดอกไม้....สถานที่ๆคุณหนูมักจะมาวิ่งเล่นซุกซนอยู่บ่อยครั้ง...

เฮ๊ยโคคิ...เจ้าเจอตัวคุณหนูรึไม่....ท่านมาซากิจะมาแล้วนะ....  เสียงชายอีกคนเอ่ยถามอย่างร้อนรนไม่แพ้กัน....

ยังเลย...ไม่รู้คุณหนูหายไปไหน...แล้วจะทำอย่างไรกันดีล่ะเนี่ย...  โคคิพี่เลี้ยงคนสนิทเอ่ยอย่างจนปัญญา.....

เช่นนั้น....ประเดี๋ยวข้าจะปลอมเป็นคุณหนูแล้วแกล้งนอนไม่สบายในห้อง....ส่วนเจ้าจงไปบอกท่านมาซากิว่าคุณหนูไม่สบายไปเรียนไม่ได้...  ทัตสึยะพี่เลี้ยงคนสนิทอีกคนเสนอความคิด

เช่นนั้นรึ....ก็ได้...อย่างน้อยก็ยังดีกว่าถูกโบย... ว่าแล้วทั้งสองพี่เลี้ยงก็พากันแยกย้ายไปทำหน้าที่ของตนตามที่ได้ตกลงกันไว้......

........คุณหนูนะคุณหนู......เหตุใดจึงชอบหาเรื่องมาให้พวกเค้าต้องปวดหัวอยู่เรื่อยเลยนะ...

บริเวณทางเดินที่ถูกปูด้วยหินขัดน้อยใหญ่  นำไปสู่ที่ตั้งของเรือนหลังเล็ก...ที่อยู่ของบุตรชายคนเล็กของเจ้าเมืองอุเคโต....ชายหนุ่มชุดชาวกำลังยืนประจันหน้ากับพี่เลี้ยงคนสนิทของคุณหนู...ที่ไม่ยอมเปิดทางให้ตนเดินผ่านเข้าไปภายในเสียที.....

โคคิ...ถอยไป  ชายหนุ่มชุดขาว  ไอบะ  มาซากิเอ่ยอย่างสงบ...

เอ่อ...ท่านมาซากิขอรับ...วันนี้คุณหนูไม่สบาย....ไปเรียนไม่ได้ขอรับ...  โคคิก้มหน้าตอบ

คุณหนูไม่สบายงั้นรึ...  มาซากิเลิกคิ้วด้วยความสงสัย

ขอรับ....คุณหนูกำลังนอนพักอยู่ขอรับ....  โคคิรีบก้มหน้าก้มตา...ไม่กล้าสบตากับอีกฝ่ายด้วยเพราะกลัวจะถูกจับได้.....ก็ท่านมาซากิน่ะฉลาดจะตาย.....

งั้นข้าจะเข้าไปดูอาการคุณหนูเสียหน่อย....ถอยไป....  มาซากิเอ่ย....ก่อนจะเดินไปยังเปิดประตู

เอ่อ...ไม่ได้นะขอรับ  คุณหนูบอกว่าต้องการพักผ่อนไม่ต้องการให้ใครรบกวน  โคคิรีบวิ่งมาขวางพร้อมกางแขนกั้น...ขืนให้เข้าไปต้องถูกท่านมาซากิจับได้แน่ๆ ว่าโกหก....

นี่เจ้ากำลังปิดบังอะไรข้าอยู่รึ...โคคิ  แล้วนี่ทัตสึยะหายไปไหน... โคคิเริ่มหน้าซีดเหงื่อตกเมื่ออีกฝ่ายเริ่มซักไซ้....ตายแน่ๆงานนี้  แผนสำรองก็ไม่ได้เตรียมไว้เสียด้วย....

อ่ะ...เอ่อ...อะ...ทัตสึยะไปเตรียมอาหารให้คุณหนูขอรับ....ท่านมาซากิอย่าเพิ่งเข้าไปกวนคุณหนูเลยนะขอรับ  พูดแถไปเรื่อย  สองแขนก็ยังคงทำหน้ากางขวางไม่ให้อีกฝ่ายเข้าไปได้.....หากแต่การกระทำเช่นนี้  กลับยิ่งสร้างความสงสัยให้กับมาซากิมากขึ้น......

***********************

            ตลาดนัดของเมืองอุเคโตคึกคักอย่างเช่นทุกวัน  ผู้คนจำนวนมากต่างพากันจับจ่ายใช้สอยเลือกซื้อสินค้าต่างๆ ที่พ่อค้าสรรหานำมาวางขาย ไม่ว่าจะเป็นข้าวของเครื่องใช้  อาหาร เครื่องประดับ หรือผ้าไหมชั้นดีจากต่างเมือง ล้วนแต่ดึงดูดความสนใจของร่างบางที่แอบหนีออกมาเที่ยวได้เป็นอย่างดี

         

          อุเคโต...เกาะเล็กที่ตั้งอยู่โดดเดี่ยวกลางมหาสมุทรที่มีกระแสน้ำไหลเชี่ยวพัดผ่านโอบล้อมทั่วทั้งเกาะ.....การเดินทางติดต่อกับภายนอกที่แสนจะยากลำบาก  ทำให้เมืองนี้เป็นดั่งเมืองลับแลที่น้อยคนนักจะรู้จัก....แต่ทว่าชาวเมืองที่นี่ก็ดูจะไม่เดือดเนื้อร้อนใจเท่าไร่นัก.....ทุกคนพอใจที่จะได้อยู่ที่นี่อย่างสงบสุข.....

เมืองอุเคโตปกครองโดยตระกูลเก่าแก่ตระกูลหนึ่งมาช้านาน....ตระกูลที่มีชื่อว่า...ทาคิซาว่า....ตระกูลซึ่งได้ชื่อว่ามีความเก่าแก่และเคร่งครัดที่สุด....ทุกคนในตระกูลนี้ต่างมีรูปโฉมที่งดงามต่างไปจากคนทั่วไปโดยสิ้นเชิง....แต่ใครจะรู้ล่ะว่าทายาททุกคนในตระกูลทาคิซาว่า.....ต้องคำสาบร้าย........

คาซึยะ...หรือคาเมะ....คุณหนูเล็กบุตรชายของท่านเจ้าเมือง  ที่ตอนนี้ดูจะตื่นตาตื่นใจกับบรรดาข้าวของต่างๆ ริมสองข้างทาง  เสียจนลืมเวลาที่ตนแอบหนีออกมาเที่ยวเสียแล้ว....ร่างบางเพลิดเพลินกับการเลือกดูสินค้าต่างๆ ใบหน้าสวยถูกซ่อนให้อยู่ภายใต้ผ้าคลุมสีเข้มและหมวกฟางเพื่อพรางใบหน้าสวย  ด้วยเป็นกฎหลักของตระกูลที่ห้ามให้บุคคลภายนอกเห็นหน้า....แม้จะมีเพียงแค่ดวงตาสองข้างเท่านั้นที่ปรากฏให้คนภายนอกได้เห็น  แต่ถึงกระนั้นมันก็สามารถบ่งบอกได้เป็นอย่างดีทีเดียวว่าใบหน้าที่ภายใต้ผ้าคุมนั้นงดงามเพียงใด.....

โห....มีแต่ของน่ากินเต็มไปหมดเลย  คาเมะตื่นตาตื่นใจกับบรรดาร้องขายของต่างๆ ที่วางเรียงรายอยู่สองข้างทาง….

เร่เข้ามาจ๊ะ....เร่เข้ามา....พุทราเชื่อมอร่อยๆ...จากเมืองโอกาม่าจ้า..เร่เข้ามา...  เสียงร้องเรียกลูกค้าของพ่อค้าคนหนึ่ง.....ดึงดูดความสนใจของร่างบางได้เป็นอย่างดี....ยิ่งพอได้ยินชื่อเมืองที่ไม่รู้จักก็ยิ่งสนใจใคร่รู้....

พุทราเชื่อมอร่อยๆ จากโอกาม่าจ้า....ไม่ซื้อไม่ว่า...แต่เชิญแวะเข้ามาดูมาชิมกันก่อนจ้า.... 

อ๊ะ.....ชิมได้ด้วยเหรอท่านพ่อค้า....งั้นข้าขอชิมหน่อยสิ....  คาเมะเอ่ยอย่างดีใจ...

อ่ะได้ๆ....รับรองชิมแล้วจะต้องติดใจ  พ่อค้าพูดพร้อมกับยื่นไม้เสียบพุทราเชื่อมส่งให้ร่างบาง

ทันทีที่รับไม้มาร่างบางก็มองเจ้าลูกพุทราสีสวยพร้อมกับยิ้มอย่างพอใจ 

อ่าวมองอยู่นั่นหล่ะลองชิมดูสิรับรองเจ้าจะติดใจ…”  คาเมะพยักหน้ารับคำพร้อมตั้งท่าจะกินแต่ติดตรงที่....

เอ๊า….ถอดผ้าคลุมสิจะได้กินได้....ใส่เอาไว้แล้วเจ้าจะกินยังไง  พ่อค้าว่า

เอ่อ...คือข้าถอดไม่ได้หรอก....  คาเมะพูดพร้อมมองเจ้าพุทราเชื่อมอย่างนึกเสียดาย.....

ไม่ถอดก็ไม่ต้องชิมเอามานี่....คนอื่นเค้าจะได้ชิม  พ่อค้าพูดจบก็ดึงไม้ออกจากมือร่างบางทันที....  

นี่ท่านพ่อค้าข้าก็อยากลองชิมเหมือนกันนะข้าจะเอาไปชิมที่บ้าน  ว่าแล้วก็พยายามที่ดึงเจ้าพุทราเชื่อมกลับมา....

ชิมที่บ้านรึ....โถ่เอ๊ยที่แท้ก็คิดจะมาหลอกกินของฟรีสิท่า....ไปเลยๆ ไปที่ไหนก็ไปอย่ามาเกะกะหน้าร้านข้า

นี่เจ้าดูถูกข้ามากไปแล้วนะ ไม่รู้สินะว่าข้าเป็นใคร เจ้าพ่อค้าต๊อกต๋อยเอ๊ย  คาเมะเถียงกลับซ้ำยังยกตนขึ้นข่มอีกฝ่าย....เพราะรีบออกมาแท้ๆ ทำให้ลืมหยิบเงินติดตัวออกมาด้วย......

เฮ๊อะ  ใหญ่นักรึเจ้าหนู  ไหนหล่ะเงินของเจ้าหน่ะ...ถ้ามีเงินก็ซื้อสิ...คิดว่าข้าไม่รู้เร๊อะว่าเจ้าคิดจะชิมของข้าฟรีๆ น่ะ

นี่เจ้า...บะ....  คาเมะอ้าปากจะเถียงต่อ  แต่ก็ต้องหยุดเพราะเสียงที่คุ้นหูของใครบางคน....

พ่อค้าพุทราเชื่อมทั้งหมดนี่ราคาเท่าไหร่  ข้าเหมาทั้งหมดนี่เลย  ชายหนุ่มร่างบางที่สวมผ้าคลุมที่ทึบเช่นเดียวกับคาเมะเอ่ยขึ้น......

อ๊ะครับคุณชาย.....ประเดี๋ยวข้าจะห่อให้ทั้งหมดเลยขอรับ….” 

ทะ..โทะโมะ......  คาเมะอึ้งไปชั่วขณะ....ไม่คิดเลยว่าจะมาเจอพี่ชายที่นี่.....

ได้แล้วขอรับ....คุณชาย...  พ่อค้ายื่นห่อพุทราให้ก่อนจะรับเงินมา....

นี่เจ้ายังยื่นอยู่นี่รึ....ไว้มีเงินอย่างคุณชายท่านนี้ก่อนล่ะกันเจ้าถึงจะได้กิน  พ่อค้าพูดเสียดสี...ทำเอาคาเมะรู้สึกฉุนไม่น้อย....อย่าจะถล่มเจ้าร้านค้าริมทางนี่เสียให้ย่อยยับ....ด้วยมือของตนซะเดี๋ยวนี้...

หยุดเดี๋ยวนี้นะ.....คาเมะ....  ชายหนุ่มที่เหมาพุทราเอ่ยปรามน้องชายตัวดีที่กำลังยืนกำหมัดแน่นด้วยความโกรธ......

แต่..โทโมะ......หึ๊ย....น่าเบื่อชะมัด....  คาเมะได้เพียงแต่บ่นพร้อมกับกอดอกอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์นัก...นี่หากโทโมะไม่อยู่ล่ะก็...ร้านเจ้าเป็นจุลแน่.....

***********************

ท่านแม่ข้าจับเด็กหนีเที่ยวมาส่ง......  โทะโมะฮิสะ...หรือโทโมะ...บุตรชายคนรองของเจ้าเมืองอุเคโตคนปัจจุบัน....จูงคาเมะให้เดินตามเข้ามา  หญิงนางหนึ่ง  ผู้ได้ชื่อว่าเป็นนายหญิงแห่งตระกูลทาคิซาว่าเงยหน้าขึ้นจากการปักผ้า  แล้วมองไปยังลูกคนเล็กที่ตอนนี้กำลังพยายามซ่อนตัวอยู่ข้างหลังผู้เป็นพี่….

หนีเที่ยวอีกแล้วรึ...... ว่าก่อนจะหันไปสนใจกันการปักผ้าดังเดิม.....

ท่านแม่.....ข้า……” คาะเมะเอ่ยเสียงเอ่ยๆ ด้วยไม่รู้จะพูดแก้ตัวยังไงดี.....ก็เรื่องนี้เค้าผิดเต็มๆ เลยนี่นา....

ครืด~ พลั่ก  เสียงประตูห้องถูกเปิดขึ้นพร้อมกับเสียงร่างของสองพี่เลี้ยงที่ถูกผลักลงพื้นอย่างแรง

นายหญิงขอรับ.....เจ้าสองพี่เลี้ยงนี่สมคบคิดช่วยคุณหนูหนีเที่ยว....  มาซากิกล่าวรายงาน โคคิและทัตสึยะได้แต่เพียงนั่งก้มหน้านิ่งตัวสั่นด้วยความกลัว….ส่วนคาเมะพอเห็นมาซากิเดินเข้ามาเท่านั้นแหล่ะ  ร่างบางก็รีบหลบไปอยู่ข้างหลังโทโมะทันที

จะให้ทำยังไงกับเจ้าพี่เลี้ยงสองคนนี่ดีขอรับ....นายหญิง.....  มาซากิกล่าวพร้อมโค้งตัวเล็กน้อย  เตรียมน้อมรับคำสั่ง

อ่ะ..เอ่อ...นะ...นายหญิง.....พวกข้าผิดไปแล้ว  อย่าทำอะไรพวกข้าเลยนะขอรับ  โคคิพูดพร้อมก้มหัว

นะ...นายหญิง.........โปรดไว้ชีวิตพวกข้าด้วย  ทัตสึยะพูดพร้อมก้มหัวลงตามโคคิด้วยความหวาดกลัว   เจ้าตัวต้นเรื่องที่แอบหลบอยู่นานค่อยๆ โผล่หน้าออกมาจากหลังโทะโมะ  ร้อมทั้งส่งยิ้มแห้งไปให้มาซากิที่มองมาพอดี....

คุณหนูหนีเที่ยวเดือนนี้ทั้งเดือนรวมเป็น 10 ครั้งแล้วนะขอรับ  มาซากิกล่าวอย่างเรียบๆ

แหม...มาซากิก็....ไปเอาอะไรมาพูด...ข้าไม่ได้หนีซักหน่อย...ข้าแค่ออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์เฉยๆ  คาเมะไม่วายพูดอิดออดแก้ตัว แต่ก็ก้มหน้าไม่กล้าสบตากับอีกฝ่าย...ก็รู้ๆ กันอยู่ว่าตัวเองหน่ะผิดอยู่เต็มประตู....

นี่ลูกหนีเที่ยว 10 ครั้งเชียวรึ  หันไปมองคาเมะที่กำลังนั่งก้มหน้าก้มตาอยู่  แต่ก็ไม่ยอมออกมาจากหลังโทโมะซะที…..

นี่แม่จะทำอย่างไรกับเจ้าดีนะ...เจ้าว่าข้าควรทำอย่างไรดี...มาซากิ  พูดพลางเสมองนิดๆ ไปยังคาเมะ

เรียนนายหญิง....ข้าว่าควรไล่เจ้าสองพี่เลี้ยงนี้ให้ไปทำงานท้ายจวนขอรับ...ได้ยินมาว่ากำลังขาดคนงานปลูกข้าวอยู่พอดี..... มาซากิพูดจบ  ทั้งโคคิและทัตสึยะต่างมองหน้ากันพลางส่ายหัวไปมา...ใครเค้าอยากจะไปทำงานหนักอย่างนั้นกันล่ะ....

ท่านแม่ไม่เอานะ...อย่าทำแบบนั้นนะท่านแม่.... ในที่สุดคาเมะก็ยอมออกมาจากหลังของโทโมะ  แล้วรีบมากอดผู้เป็นแม่อย่างออดอ้อนทันที.....

ท่านแม่....อย่าไล่สองคนนี้ไปปลูกข้าวเลยนะ....ลูกยอมรับผิดแล้ว...

มาซากิเจ้าออกไปก่อน...พวกเจ้าสองคนด้วย...  สิ้นคำสั่ง ทั้งโคคิและทัตสึยะก็แทบจะวิ่งออกมาทันที  ด้วยเพราะกลัวเจ้านายจะไม่พอใจมากไปกว่านี้.....

ไหนว่ามาซิ.....เหตุใดจึงต้องแอบหนีเที่ยว…”  เอ่ยถามมือก็ปักผ้าไปไม่สนใจอีกฝ่ายที่กำลังพยายามประจบออดอ้อน….

แหม...ก็ท่านพ่อน่ะสิ.....ให้ลูกเรียนทุกวันเลย...แล้ววันนึงก็เรียนตั้งหลายอย่าง...ลูกหน่ะปวดหั๊วปวดหัว….”  คาเมะพูดพร้อมแสร้งทำท่ากุมขมับเสียจนน่าหมั่นไส้…..

ปวดหัวก็เลยต้องหนีเที่ยวงั้นรึ….” 

แหมท่านแม่  ลูกก็แค่อยากจะออกไปยืดเส้นยืดสาย  คาเมะพูดพลางเอาหัวซบไหล่ผู้เป็นแม่

ยืดเส้นยืดสาย...แล้วเหตุใดจึงต้องออกไปถึงข้างนอก...สวนเราก็ออกจะกว้างใหญ่... 

แหมอยู่แต่ในนี้มันอุดอู้จะตายแล้วอีกอย่าง  พี่โทโมะก็หนีเที่ยวเช่นกันนะท่านแม่....  คาเมะไม่รู้จะแก้ตัวอย่างไรก็จัดการลากโทโมะเข้ามาเอี่ยวด้วยซะเลย...เรื่องอะไรจะยอมโดนคนเดียว...

พี่มีหน้าที่ต้องออกไปตรวจความเรียบร้อยของเมืองเป็นประจำอยู่แล้วต่างหาก  โทโมะที่เงียบอยู่นานพูดขึ้น นายหญิงทาคิซาว่าเหล่มองคาเมะที่บัดนี้หน้าเจื่อนเล็กน้อย

มีอะไรจะแก้ตัวอีกมั๊ย 

โถ่ท่านแม่  อย่าโกรธลูกเลยน๊า  ก็อยู่ในจวนมันน่าเบื่อนี่นา  ทีพี่โทโมะยังออกไปนอกจวนได้ แล้วเหตุใดลูกจึงไม่ได้ไปบ้างหล่ะ...ท่านพ่อลำเอียงที่สุด...คาเมะพูดอย่างงอนๆ

นี่คาเมะ...ถ้าเจ้าอยากไปเมืองกับพี่ละก็....สัญญาก่อนว่าต่อไปนี้จะตั้งใจเรียนแล้วพี่จะพาเจ้าไป...  โทโมะพูดข้อเสนอออกมา  คาเมะหน้ายู่ทันทีที่ได้ยินคำว่าเรียนก็รู้ทั้งรู้ว่าเค้าไม่ชอบเรียน ทำไมต้องเอาเรื่องนี้มาต่อรองด้วยก็ไม่รู้...

ว่าอย่างไร...ตกลงมั๊ย  โทโมะเอ่ยถามอีกครั้ง

ก็ได้  แต่พี่สัญญาแล้วนะว่าจะพาข้าไป  คาเมะจำใจต้องตอบรับสัญญานั้น  มือแอบไขว้กันไว้ข้างหลังโดยที่โทโมะไม่รู้.....

***********************

ก๊อก ก๊อก

ใครหน่ะ  โทโมะตะโกนถามออกไป

ครืด~  ประดูถูกเปิดออกพร้อมกับร่างของน้องชายที่หอบหมอนเดินเข้ามาในห้องอย่างถือวิสาสะ 

มีอะไรรึคาเมะ....ดึกดื่นป่านนี้แล้วเหตุใดยังไม่นอนอีก  โทโมะเอ่ยถามแต่ไม่มีทีท่าว่าน้องชายจะตอบอะไร

ตุบ~  ร่างที่เข้ามาใหม่ทิ้งตัวลงนอนบนที่นอนแสนนุ่มพร้อมหลับตาพริ้มอย่างมีความสุข  โทโมะมองแล้วก็ส่ายหน้าน้อยๆ  ก่อนจะเดินไปฉุดให้คนที่มาแย่งที่นอนตัวเองลุกขึ้น....แต่ก็โดนเจ้าน้องชายตัวดีฉุดลงไปนอนด้วยกันเสียก่อน......

อ๊ะ....นี่ลุกขึ้นมาก่อนคาเมะ…”  โทโมะพูดพร้อมกับออกแรงดึงแขนน้องคนเล็ก

งืมๆ  ข้าหลับแล้ว  งืม....  เจ้าตัวเล็กส่งเสียงพึมพำเบาๆ  พร้อมหลับตาปี๋

อย่ามาโกหก  ลุกขึ้นมาคุยให้รู้เรื่องก่อน…” 

ไว้คุยพรุ่งนี้น๊า  วันนี้ข้าง๊วงง่วง  ขอนอนก่อนน๊า....  เจ้าตัวเล็กว่าพร้อมกับเอาผ้าห่มผืนหนามาคลุมโปรง

ง่วงก็ไปนอนห้องเจ้าสิเหตุใดต้องมาแย่งที่นอนพี่  โทโมะว่าพร้อมกับตีไปที่ผ้าห่มที่มีร่างของน้องชายอยู่ข้างใน

โอ๊ย...พี่ตีข้าทำไม  เจ็บน๊า....  ดูเหมือนว่าวิธีนี้จะได้ผล  คาเมะยอมโผล่ออกมาจากผ้านวมผืนหนาพร้อมกับทำหน้ายู่

ก็เจ้ามาแย่งที่พี่นอน...เหตุใดไม่ไปนอนห้องเจ้าล่ะ  โทโมะพูดพลางยิ้ม

ก็ข้าเหงานี่ ข้าอยากนอนกับพี่  คืนนี้ให้ข้านอนด้วยคนนะ...น๊า......  คาเมะเอ่ยอย่างออดอ้อน

โคคิกับทัตสึยะก็อยู่ยังจะเหงาอีกรึ โทโมะว่าแล้วก็ขยี้หัวของน้องชายช่างอ้อนด้วยความหมั่นไส้

มันไม่เหมือนกันนี่  ท่านพี่ให้ข้านอนด้วยน๊าคาเมะไม่สนใจคำคัดค้านพร้อมเอนหัวไปนอนที่ตักของโทโมะอย่างถือวิสาสะ

....ไม่รู้ว่าป่านนี้พี่จุนจะเป็นอย่างไรบ้าง... จู่ๆ คาเมะก็เอ่ยถึงพี่ชายคนโตของตระกูลที่ถูกนำตัวไปโดยคนต่างถิ่นตั้งแต่เมื่อสองปีที่แล้ว....จนบัดนี้ก็ไม่ได้ข่าวคราวอะไรอีกเลย..คาเมะไม่เคยเข้าใจว่าเหตุใดท่านพ่อ  จึงต้องยอมยกพี่ชายคนโตให้พวกต่างถิ่นพวกนั้น...ทั้งๆ ที่คนเหล่านั้นติดหนี้บุญคุณพวกเราอยู่แท้ๆ.......

อะไรกันพี่เห็นเจ้าชอบเถียงกับพี่จุนออกบ่อยไปแถมยังชอบไปแกล้งพี่เค้าอีก  โทโมะพูดพร้อมกับลูบหัวคาเมะด้วยความรักใคร่....พลางนึกถึงสมัยก่อนที่ตระกูลทาคิซาว่าอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน.....

ไม่ใช่ซักหน่อยพี่จุนต่างหากที่ชอบมาแกล้งข้า..

......  โทโมะยิ้มให้กับความช่างดื้อของน้อง

ข้าเกลียด.....ข้าเกลียดพวกมันที่สุด.....พวกมันเอาตัวพี่จุนไป..... 

คาเมะ.....  มือที่กำลังลูบเรือนผมนิ่มของคาเมะชะงักเล็กน้อย…..

ถ้าวันใด...มันหวนกลับมาอีกล่ะก็  ข้าจะเผาเรือพวกมันให้วอดวายเสียให้หมด....มันจะได้เอาใครจากเกาะนี้ไปไหนไม่ได้อีก.....

พูดบ้าอะไรของเจ้าน่ะ...คาเมะ.... โทโมะเผลอพูดตะคอกออกไปโดยไม่รู้ตัว...ไม่รู้ว่าน้องชายไปเอาความคิดเช่นนี้มาจากไหน...

เหตุใดพี่ต้องตะคอกข้าด้วย....คาเมะเงยหน้ามองดูพี่ชายอย่างไม่พอใจ...

พี่ขอโทษ...พี่ไม่ได้ตั้งใจ...แต่ไม่ว่าอย่างไรเจ้าก็ไม่มีสิทธิ์ทำเช่นนั้น... โทโมะลูบเรือนผมนิ่มพร้อมกับเอ่ยสอน....แต่ทว่าคาเมะกลับคิดไปอีกอย่าง.....

พี่อยากไปรึ...พี่อยากไปจากที่นี่ใช่รึไม่....  คาเมะลุกขึ้นมาถามพร้อมกันเขย่าตัวโทโมะด้วยแรงอารมณ์

คาเมะ...หยุดเดี๋ยวนี้นะ...เจ้าพูดเรื่องบ้าอะไรของเจ้าน่ะ....ปล่อยข้านะ... โทโมะพยายามสะบัดตัวออกห่างจากผู้เป็นน้อง...คาเมะเห็นท่าทีดังกล่าวจึงผลักผู้เป็นพี่ออกอย่างแรง  ทำเอาโทโมะเสียหลักไปเล็กน้อย

          คาเมะ.....

            จำไว้...พี่จะไม่มีวันได้ออกไปจากเกาะนี้...ข้าไม่ยอมเด็ดขาด.....คาเมะตะคอกด้วยแรงอารมณ์  ตาทั้งสองข้างคลอไปด้วยหยาดน้ำใสที่เจ้าตัวพยายามกลั้นไม่ให้ไหลออกมา  ก่อนจะลุกขึ้นแล้ววิ่งออกจากห้องไปทันที.....

***********************

To Be Con...

edit @ 8 Jul 2009 08:32:22 by TaKaCHii LAND

edit @ 8 Jul 2009 17:23:00 by TaKaCHii LAND

edit @ 9 Jul 2009 13:33:36 by TaKaCHii LAND

Love Me Money อ่ะมีมั๊ย - 1

posted on 05 Jul 2009 21:19 by takachiiland  in LoveMeMoney

Love Me Money อ่ะมีมั๊ย

JinMe Ver.

Writer – Maru~Chan

 Chapter – 1  อยู่ที่นี่จับผู้ชายรวยๆ ให้ได้นะลูกรัก    

 

 

 

กรี๊ด~  ผมอยากล่ะจะร้องกรี๊ดเป็นภาษาฮิบรูจริงๆ เล๊ยให้ตายสิ  ทำไมหน่ะเหรอ  โฮะๆๆ  ไม่อยากจะบอก บอกแล้วจะหาว่าอวด  แต่อันที่จริงก็อยากจะบอกอ่ะนะ  (เอ๊ะ  แกจะเอายังไงฟร่ะ-*-)  แต่ตอนนี้เปลี่ยนใจไม่อยากบอกแล้ว  ผมว่าผมรีบไปบอกเรื่องนี้กับแม่ดีกว่า  ถ้าแม่รู้ต้องบ้านแตกแน่ๆ  ว่าแล้วก็ขอตัวรีบแรดไปหาแม่ก่อนนะฮะ.....   

แม่  แม่  แม่จ๋า...................  ผมร้องตะโกนตั้งแต่หน้าปะตูบ้าน  ก็ทำไมอ่ะก็ผมดีใจหนิ  ผมจะตะโกนใครจะทำไม  ใครหน้าไหนมันจะมากล้าด่าคนสวยๆ อย่างผม โฮ๊ะๆๆ  ก็อย่างว่าล่ะน๊า....เกิดมาสวยทำอะไรก็ดีไปโม๊ด...... ^^

  

แม่จ๋า  แม่  แม่  ผมแหบบอกร้องตะโกนพร้อมกับวิ่งกระโดดเข้ามาในบ้าน

อะไรนักหนาห๊ะนังเมะ  คนจะหลับจะนอน  แม่ผมพูดอย่างรำคาญ  เอาอีกแล้วแม่ผม  นี่มันกลางวันแสกๆ แท้ๆ มันใช่เวลานอนซะที่ไหนกัน  หัดทำตัวให้มันเหมือนแม่บ้านคนอื่นๆ หน่อยไม่ได้รึไงกัน  ทำไมผมต้องเกิดมามีแม่แบบนี้ด้วยเนี่ย  ให้ตายสิ ....

 

ทำไมผมถึงคิดอย่างนี้หน่ะเหรอ  ก็คิดดูสิฮะแม่ผมมันเหมือนแม่ชาวบ้านชาวช่องซะที่ไหน  งานบ้านก็ไม่เคยทำ  วันๆ เอาแต่นอนกลางวัน  รึไม่ก็ไปเล่นไพ่กะป้าๆ ข้างบ้าน  แล้วยิ่งถ้าวันไหนแม่ผมไปเล่นไพ่นะ  ไปชนิดไม่สว่างไม่กลับเลยหล่ะจะบอกให้ 

 

แล้วงานบ้านทุกอย่างใครล่ะจะเป็นคนทำ???    ถ้าคิดว่าเป็นผมหล่ะก็ท่านคิดผิด เพราะคนที่ทำน่ะพ่อผมต่างหากล่ะ 

 

อ๊ะๆ รู้นะว่ากำลังนินทราผมหน่ะ  ก็แหมบอกไปแล้วไงว่าคนสวยทำอะไรก็ไม่ผิด  กะอีแค่ไม่ทำงานบ้านผมผิดตรงไหน??  ดูอย่างแม่ผมสิยังไม่เห็นเคยจะกระดิกตีนทำอะไรเลย  แล้วเรื่องไรผมต้องทำล่ะ  เดี๋ยวมืองามๆ นุ่มๆ ของผมมันจะด้านเสียหมด  ฉะนั้นให้พ่อเป็นคนทำนั้นแหล่ะดีแล้ว....  ^^

  

แม่  แม่ตื่นขึ้นมาก่อนสิจ๊ะ  หนูมีเรื่องสำคัญมั๊กมากจะบอกแม่  แม่ตื่นขึ้นมาคุยก่อน  ผมพูดพร้อมพยายามดึงแขนแม่ที่กำลังนอนหลับตาพริ้มอย่างสบายใจโดยมีพ่อนวดให้อยู่   

ฮ่วย!! นังนี่คนกำลังหลับสบายๆ อย่าเพิ่งมากวนเดี๋ยวไม่ได้เลข  กี้นวดต่อๆ  แม่ว่าอย่างรำคาญก่อนจะล้มตัวลงนอนอีกครั้ง  แล้วยังไม่ลืมสั่งพ่อให้นวดต่ออีก  

ฮ่วย!! ลูกมีเรื่องสำคัญมาบอกทั้งทียังจะเห็นแก่เลขมากกว่าลูกอีก  อยากจะถามนักว่าไอ้ที่ฝันๆ เนี่ยเคยถูกซักงวดบ้างมั๊ย??

 อ้อ...ผมนึกออกแล้วเคยสิทำไมจะไม่เคย.....แต่ไอ้ที่เคยหน่ะ...เคยแต่ถูกกินทั้งนั้น... 

แม่  แม่ตื่นขึ้นมาฟังหนูก่อนสิ  แม่ ผมพูดพร้อมกับพยายามดึงแขนแม่ให้ลุกขึ้นอีกครั้ง  ทำไมแม่ผมมันตัวหนักงี้ฟร่ะ  บอกแล้วใช่มั๊ยว่าอย่ากินทุเรียนบ่อยๆ หมอบอกว่าให้งดๆ ก็ไม่เชื่อ  วันไหนเป็นเบาหวานเดี๋ยวจะสมน้ำหน้าให้คอยดูเถอะ

                                                                                                                                                                        

ดาร์ลิ้งจ๋า  ลุกขึ้นมาฟังลูกก่อนดีกว่ามั๊ย  ลูกอาจจะมีเรื่องสำคัญมากก็ได้นะ  ฟังลูกก่อนเถอะ 

แหมผมล่ะอยากจะหอมแก้มพ่อจริงๆ เล๊ย  ทั้งบ้านคงมีพ่อคนเดียวนี่ล่ะมั้งที่เข้าใจผมมากที่สุด..... 

หนวกหูจริงๆ..คนกำลังสบายเลย...ไหนๆ นังเมะมีอะไรก็ว่ามาชั้นฟังอยู่  แม่พูดโดยที่ไม่ได้ลุกขึ้นแต่อย่างใดยังคงนอนหลับตาให้พ่อนวดต่อ

 

เฮ้อ  แม่ผมจะลุกขึ้นมาฟังดีๆ ไม่ได้รึยังไงกันนะ  นี่มันเรื่องสำคัญมากเลยนะแม่

  

แม่ก็ลุกขึ้นมาคุยกันดีๆ สิ  น๊า  น๊า  ผมพยายามอ้อนแม่พร้อมกับเขย่าแขน แม่ผมลืมตาขึ้นพร้อมกับมองมาที่ผมอย่างรำคาญเต็มแก่

ว่ามาสิ  มีอะไรฟังอยู่  แม่ผมพูดอย่างรำคาญ   แม่ผมนี่จริงๆ เล๊ย  แต่เอาเหอะดึงไปก็เท่านั้นบอกไปเลยดีกว่ารับรองถ้าแม่ได้ยินต้องตื่นแน่ๆ 

แม่หนูสอบติดโตไดจ๊ะแม่  ผมพูดอย่างดีใจ  แต่พอมองไปทางแม่กลับผิดคลาด  แม่ผมกลับหลับซะนี่  

ฮ่วย!! นี่มันเรื่องน่ายินดีของลูกแท้ๆ - -*  อย่างนี้มันน่ายุให้พ่อหนีไปมีเมียน้อยจริงๆ   

แม่   แม่  แม่ตื่นๆ  ผมพูดพร้อมเขย่าตัวแม่ที่นอนหลับ 

ห๊ะ  ห๊ะ  อะไรนะนังเมะ  เมื่อกี้แกว่าอะไรนะ  แม่ผมถามพร้อมกับตาปรือๆ แบบนี้จะรู้เรื่องมั๊ยเนี่ย

หนูบอกว่า  หนูสอบติดโตได  คราวนี้ผมพูดอย่างเซ็งๆ คนสวยเซ็งเป็ด

อืม  เหรอ  ก็ดีหนิ..............แต่ห๊ะ  ว่าไงนะ  แล้วจู่ๆ  แม่ผมก็กระเด้งตัวลุกขึ้นมาทันทีแถมยังแหกปากร้องเสียงดังอีก

หนูบอกว่า  หนูสอบติดโตได  ผมพูดย้ำอีกครั้ง  คราวนี้แม่ผมลุกขึ้นยืนเต็มตัว  นี่แม่จะทำบ้าไรของแม่อีกเนี่ย

กรี๊ด~ลูกเมะลูกรักของแม่  กรี๊ด~ นี่เมะลูกแม่สอบติดจริงๆ เหรอเนี่ย  กรี๊ด~ ลูกรักของแม่ แม่ผมกรี๊ดไปพูดไป  แรดจริงๆ เล๊ยแม่ใครเนี่ย  ท่าทางจากตะกี้นี่เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังตีนเชียวนะ  นี่ล่ะน๊าแม่ผม.... 

   

เก่งมากลูกรักสมแล้วที่เป็นลูกแม่ต้องให้ได้อย่างนี้สิ  ดีนะเนี่ยที่ลูกได้เชื่อแม่มาเต็มๆ  ดูสิหน้าก็สวยเหมือนแม่  แถมยังฉลาดเหมือนแม่อีก  เก่งมากลูกเมะของแม่  ตั้งแต่ผมบอกข่าวดี  แม่ก็พูดเอ่ยปากชมผมไม่หยุด  แถมยังหยิกแก้มผมไปมาอีกแหน่ะ แหม....ทีตะกี้นะเรียกนังเมะๆ   

 

เฮ้อ~ อย่างนี้แหล่ะน๊านิสัยแม่ผม  อ้อผมลืมแนะนำคุณนายซึบาสะ หรืออีกชื่อที่คุณเธอเขี่ยวเข็นให้ทุกคนเรียก  คุณนายสาลี่ - -  แม่ผมเองแหล่ะ อันที่จริงบ้านผมไม่ได้รวยหรอกนะ  ติดจะจนชนิดที่เรียกได้ว่าๆ ไม่มีเกลือจะให้กัดกินซะด้วยซ้ำ  แต่คนข้างนอกเค้าไม่รู้กันหรอกนะฮะ  คนข้างบ้านชอบมักเรียกแม่ผมว่าคุณนายสาลี่(อย่างที่แม่ต้องการ)เสมอ (อย่าได้ดูถูกนะฮะ  ชื่อนี้มันมีที่มา)  ก็เค้าไม่รู้นี่น่าว่าจริงๆ แล้วหน่ะบ้านเรามันเป็นยังไง……

 

พูดแล้วจะหาว่าคุย  แต่ก่อนแม่ผมหน่ะเป็นถึงผู้ดีเชียวนะ  แต่ดั๊นไม่รักดีหนีมากับพ่อซะนี่  นี่ถ้าแม่ผมรักดีนะป่านนี้ไม่แน่ผมอาจได้เป็นคุณหนูคาเมะ  นอนกระดิกตีนผลาญเงินไปวันๆ สบายไปนานแล้ว  แม่นะแม่ไม่น่าคิดสั้นหนีมากะพ่อเล๊ย 

 

ถ้าถามว่าอาชีพปัจจุบันของคุณนายสาลี่คืออะไร  ผมสามารถตอบได้อย่างเต็มภาคภูมิเลยฮะว่า  เล่นไพ่...ส่วนสาเหตุที่คุณนายเธอเลือกประกอบอาชีพไม่สุจริตนี้ก็เพราะเธอบอกว่าเธอต้องการเลี้ยงดูลูกและสามีให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีที่สุด  ด้วยเหตุนี้เองแม่ผมจึงเลือกวิธีที่จะทำให้ได้เงินได้มากที่สุด  นั้นคือ.....เล่นไพ่.....

 ถึงแม้ว่าในความเป็นจริงแล้ว  ผมและพ่อจะยังรู้สึกว่ายังลำบากอยู่ก็ตามทีเถอะ....ส่วนสาเหตุว่าทำไมต้องชื่อคุณนายสาลี่เดี๋ยวจะกล่าวอีกทีในภายหลังนะฮะ...   เดี๋ยวพรุ่งนี้แม่จะไปประกาศให้ทั่วหมู่บ้านเลยหล่ะว่าลูกเมะของแม่ติดมหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของประเทศ  

แต่ดาร์ลิ้งจ๋า  แล้วเราจะเอาเงินที่ไหนส่งลูกเรียนหล่ะ  มหาลัยที่นั้นแพงใช่เล่นนะ  แล้วลูกเราก็ต้องไปอยู่ที่โตเกียวคนเดียวอีกแล้วใครจะดูแลหล่ะ  พ่อผมพูดอย่างเป็นห่วง  แหมผมล่ะซึ้งใจจริงๆ  ถึงพ่อผมจะเป็นแค่คนธรรมดาไม่ได้เป็นผู้ดีเหมือนแม่ผมก็เถอะ  แต่อย่างน้อยผมก็เชื่อว่าพ่อก็รักผมหล่ะ

 

พ่อผมหน่ะชื่อฮิเดกิ  ถูกเรียกให้สั้นๆ ว่าทักกี้ หลังๆ เริ่มเพี้ยนไปกลายเป็นกี้ (ฟังดูบางทีอาจจะนึกว่าเป็นชื่อหมา..)สามีคุณนายสาลี่เข้าล่ะ ปัจจุบันเป็นพ่อบ้านทำงานบ้านทุกอย่างแทนคุณนายสาลี่เค้า

 

พูดแล้วจะหาว่าคุยพ่อผมหน่ะทำงานได้ทุกอย่างตั้งแต่คนขับรถเมล์ยันเทศกิจ พ่อผมหน่ะทำมาหมดแล้ว   พ่อผมหน่ะเปลี่ยนงานบ่อยยิ่งกว่าเพลย์บอยเปลี่ยนกิ๊กอีกจะบอกให้  เป็นไงเจ๋งมั๊ยหล่ะ ^^

 

จะกลัวอะไรเล่า  ลูกเราสวยออกอย่างนี้  ให้ทำไซด์ไลน์ไปด้วยก็ได้รับรองขายดีแน่ๆ  มหาลัยนั้นมีแต่พวกเศรษฐีเรียนกัน   รับรองถ้าลูกเราไปนะต้องได้ตกถังข้าวสารแน่ๆ ผมล่ะซูฮกกะความคิดแม่ผมเลย  จะให้ผมไปทำไซด์ไลน์เนี่ยนะ - -*

 แต่ดาร์ลิ้ง  กี้ว่าไม่ดีมั๊งจ๊ะให้ลูกไปทำไซด์ไลน์เดี๋ยวก็ได้เป็นเอดส์ตายกันพอดี  เดี๋ยวก็ต้องเสียเงินบินไปวัดพระบาทน้ำพุอีก  พ่อนี่ก็อีกคนความคิดก็ไม่ได้สร้างสรรค์ไปกว่าแม่เล๊ย  แช่งลูกตัวเองมาได้  ไอ้ตะกี้ที่ผมคิดว่าพ่อรักผมหน่ะผมว่าผมคงคิดผิดไปแล้วล่ะ อืมนั้นสิ  แต่ถ้าเราไม่ให้ลูกไซด์ไลน์แล้วเราจะมีเงินที่ไหนส่งให้ลูกไปจับผู้ชายหล่ะเนี่ย  นี่แม่จะให้ผมไปเรียนรึจะให้ผมไปเป็นกระห.รี่เนี่ย  - -  

ให้ลูกเรากู้ กรอ. ก็ได้หนิดาร์ลิ้งจ๋า  พ่อพูดเสนอความคิดมือก็นวดขาให้แม่

 

จะบ้าเหรอกี้ให้ลูกไปกู้ กรอ. ได้ยังไงกันห๊ะ  ชั้นไม่อยากให้เป็นหนี้นะ  อีกอย่างถ้าให้ลูกกู้คนอื่นก็รู้หมดหน่ะสิว่าเราไม่รวยหน่ะ  ไม่ได้ๆ  ลูกเมะต้องเข้ามหาลัยในภาพพจน์ของคุณหนูเมะจี้ลูกสาว(?)คุณนายสาลี่สุดสวย  เอาเข้าไปความคิดแม่ผม  มันจะเป็นไปได้ยังไง๊... ข้าวยังไม่มีจะกิน  พ่อก็ตกงาน  จะให้ผมไปเป็นคุณหนูยังไงห๊ะแม่  ต่อให้แม่ไปเล่นไพ่กะยัยป้าข้างบ้าน 3 วัน 2 คืน ได้เงินมาก็ไม่รู้จะพอค่ารถไฟไปโตเกียวรึเปล่าเร๊ย  แล้วไอ้ชื่อเมะจี้นี่กรุณาอย่าเอามาใช้กับผมจะได้มั๊ย  เชิญตัวเองสาลี่ไปคนเดียวเถอะ...

 

แล้วจะทำยังไงหล่ะดาร์ลิ้ง เอางี้มั๊ย  เดี๋ยวกี้ไปสมัครเป็นเด็กฝึกจอนห์นี่ดีมั๊ย

 

ผัวะ~  เสียงฝามือแม่กระทบศีรษะพ่อเต็มๆ แรง

 

เพ้อเจ้อน่ากี้เดี๋ยวก็ไปทำค่ายเค้าเจ๊งกันพอดี  อยู่เป็นพ่อบ้านแบบนี้หน่ะดีแล้วจะได้ไม่ต้องไปคอยสร้างปัญหาให้ชาวบ้านชาวช่องเค้า 

 

ผมเห็นด้วยกับแม่จริงๆ ข้อนี้  พ่อหน่ะสมควรอยู่แต่ในบ้านนี่แหล่ะ  ก็อย่างที่บอกไปนั้นแหล่ะครับพ่อผมหน่ะเปลี่ยนงานบ่อยยิ่งกว่าเพลย์บอยเปลี่ยนกิ๊ก  ที่เปลี่ยนบ่อยหน่ะไม่ใช่อะไรหรอกครับ  นายจ้างไล่ออกทั้งนั้น  อย่างงานล่าสุดก็ไปเป็นกุ๊กของโรงแรมในเมือง  ก็เกือบทำเค้าไฟไหม้  มีอย่างที่ไหนเอาน้ำมันก๊าดไปทอดปลา -*-

 

แล้วเราจะไปหาเงินมาจากไหนล่ะจ๊ะดาร์ลิ้ง 

 

ขอใช้ความคิดแป็บนะที่รัก แม่พูดพร้อมกับเกาคางใช้ความคิดอย่างหนัก แหมถ้ามันยากนักหนาขนาดนั้นผมไม่เรียนที่นั้นก็ได้แม่

 

และระหว่างที่คุณนายแจแม่ผมกำลังใช้ความคิดอยู่นั้น จู่ๆ เสียงโทรทัศน์ขาวดำเครื่องเล็กๆ ก็ส่งเสียงเพลงละครที่ผมและพ่อต้องได้ยินเป็นประจำทุกวัน  ละครที่คุณนายสาลี่เธอติดงอมแงม  ติดซะยิ่งกว่าทารกติดนมแม่......นางทาส....

  

                แหมหมั่นไส้นังคุณหญิงแย้มจริงๆ  นี่มันจะเป็นคนดีอะไรกันนักกันหนาเนี่ย  แหมมันน่าถูกคุณสาลี่ดักตบจริงๆ...  เสียงแม่บ่นอย่างหมั่นไส้ตัวละครที่กำลังโลดเล่นอยู่บนจอโทรทัศน์สีขาวดำ

 

                แหมไอ้คุณพระนี่ก็โง่ดีจัง  สมน้ำหน้าอิเย็นจริงโว๊ย....  ฟังดูก็น่าจะพอรู้กันแล้วใช่มั๊ยฮะว่าตัวละครที่แม่ผมโปรดปรานคือใคร  แล้วชื่อคุณนายสาลี่มันมีที่มาได้อย่างไร...

 

และสุดท้ายคุณนายสาลี่เธอก็เห็นละครสำคัญกว่าเรื่องลูกของตัวเองอีกจนได้.......

   

และระหว่างที่คุณนายสาลี่กำลังตบอิเย็นอยู่ในทีวีขาวดำอย่างเมามัน  เสียงที่ผมไม่พึงประสงค์จะได้ยินก็ดังขึ้น

มันกำลังจะมา...........

  

ไม่สิต้องบอกว่ามันมาอีกแล้ว.......

   เมะจ๋า.....หันมาฟังอ้ายจะบอก.....อะออก...อะออก.....” - - มันมาอีกแล้ว  มันมาอีกแล้วฮะท่านผู้อ่าน  มันมาพร้อมกับความเสี่ยวและหน้าเหี่ยวๆ ของมัน  หากทุกท่านกำลังสงสัยว่าไอ้นี่มันคือใคร  แล้วมันมาแสล๋นอะไรที่บ้านของผม  ตั้งใจอ่านดีๆ นะฮะเดี๋ยวผมจะบอก 

มันผู้นี้ชื่อเรียว  ลูกพ่อกำนันผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในตำบล  และยังรวยที่สุดอีกด้วย  มันมักยัดเยียดให้ผมเรียกมันเสมอว่า  พี่เรียว   ซึ่งผมไม่ได้เต็มใจอยากเรียกอย่างนั้นเลยซักนิด  แต่ด้วยแรงสนับสนุนจากแม่ผมทำให้ผมต้องกล้ำกลืนฝืนทนเรียกอย่างที่มันต้องการ  นี่ถ้าเงินมันไม่เยอะนะ  จ้างให้แม่ผมก็ไม่แลมันร๊อก.........

และมันนี่แหล่ะครับคือหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผมอยากจะไปเรียนที่โตเกียว.......... หวัดดีจ๊ะพ่อ......หวัดดีจ๊ะแม่.... ดู๊ดู..ดูความหน้าด้านของมันนะครับ  กล้าเรียกพ่อกับแม่ของผมได้เต็มปากเต็มคำ  อุ๊ย  หวัดดีจ้าพ่อเรียว แหมวันนี้มาแต่วันเลยนะจ๊ะ  แล้วนั้นหอบอะไรมาฝากอีกล่ะจ๊ะคราวนี้  แม่ผมพูดพร้อมกับยิ้มให้มัน แหมผมล่ะอยากจะบอกแม่จริงๆ ว่า  แม่ช่างยิ้มได้น่าหมั่นไส้มาก......ปากก็ยิ้มให้มันแต่สายตาหน่ะมองไปที่ถุงใบใหญ่หลายใบตาเป็นมันเชียว  นี่แหล่ะฮะสาเหตุที่บ้านผมยังมีชีวิตอยู่ได้โดยไม่อดตาย  มันมาจากความสวยของผมล้วนๆ เลยเห็นมะ 

อ้อ  พอดีวันนี้ ฉันเข้าไปในเมืองน่ะจ๊ะ  ก็เลยซื้อตำปูปลาร้ามาฝาก  เจ้านี้นี่เด็ดมากเลยนะจ๊ะ  ปากมันพูดพร้อมส่งของฝากให้แม่ผม แล้วก็ส่งสายตาที่ผมไม่รู้จะอธิบายว่ายังไงมาให้ผมอีก 

ส่วนผมหน่ะเหรอเบนหน้าหนีมันตั้งแต่ได้ยินเสียงแสล๋นๆ ของมันแล้วล่ะ

 อะแฮ่ม...น้องเมะจ๊ะ  พี่เรียวซื้อของมาฝากน้องเมะด้วยจ๊ะ......  นี่ชั้นไม่ได้เป็นเหมือนแม่ชั้นที่บ้าของฝากนะเว๊ย  คิดจะเอาของฝากมาล่อชั้นล่ะก็ฝันไปแถอะ.....  ผมยังคงเชิดหน้าอย่างวางท่าเอ่อ...แหมพ่อเรียวนี่ช่างน้ำใจงามจริงๆ  ว่าแต่ซื้ออะไรมาฝากน้องเมะจ๊ะเนี่ย......  แม่นะแม่พอเห็นไอ้เหี่ยวมาก็เลิกบ้านางทาสเลยนะอ๋อฉันซื้อทุเรียนหมอนทองมาฝากน้องเมะน่ะจ๊ะ  ดู๊ดู...ดูมันเอาของฝากมาให้ผมสิครับ  ซื้อทุเรียนมาให้สาว(?) มีอย่างที่ไหนกัน

แหมพ่อเรียวนี่รู้ใจน้องเมะจริงๆ รู้ด้วยว่าน้องเมะชอบทานทุเรียนหมอนทอง  ห๊ะ.....อะไรนะ  เมื่อตะกี้แม่ว่าอะไรนะ  ใครกันแน่ที่ชอบทุเรียน   แม่รึผมกันแน่!!!  ถอนคำพูดเดี่ยวนี้นะแม่เดี่ยวคนอ่านเข้าใจผิดกันหมดเรื่องนี้ผมเป็นนางเอกนะแม่ เสียพิกเจอร์หมด 

 

ลูกเมะขอบคุณพี่เรียวเร็วๆ สิค่ะลูกขา  พี่เค้าอุตส่าห์มีน้ำใจซื้อของโปรดหนูมาให้นะค่ะลูก  แม่พูดพร้อมกับเค้นยิ้มให้ผม  แต่สายตาที่แม่ส่งมาให้ผมหน่ะเค้าเรียกว่าบีบบังคับกันชัดๆ

 

ผมค่อยๆหันไปหาไอ้เหี่ยวด้วยความจำยอม  พร้อมค่อยๆ ยกมือขึ้นไหว้งามๆ ตามมารยาทหญิง(?)ที่แม่เพียรสอนแต่.....

 

หมับ~

 

ป๊าด....ไอ้เหี่ยวมันไวไฟจริงๆ ท่านผู้อ่าน  มันจับมือผมไว้ทั้งสองข้าง  ไม่พอมันยังลูบไล้มือผมอีก  ยี้  ไอ้เสี่ยวเอ๊ยปล่อยมืองามๆ นุ่มๆ ของชั้นเดี๋ยวนี้นะ อย่าเอาความบ้านนอกของแกจะมาติดชั้นนะ ยี้~

 

            ทุเรียนหมอนทองที่เค้าว่าหวานแล้ว  ดูท่าจะแพ้น้องเมะของพี่ที่หวานกว่า  มันพูดพร้อมกับส่งสายตาหยาดเยิ้มที่ดูแล้วชวนขนลุกมาให้ 

 แต่เอ๊ะ...มะกี้มันเอาผมไปเทียบกับทุเรียนเหรอ  ถึงเมิงจะเสี่ยวขนาดไหนแต่ก็ช่วยอย่าเอาตูไปเปรียบกับทุเรียนหมองทองจะได้มั๊ย...  

นี่พ่อเรียวรู้ข่าวรึยังจ๊ะ 

เรื่องอะไรเหรอจ๊ะแม่  ระหว่างที่มันกำลังให้ความสนใจกับเรื่องที่แม่ผมกำลังจะพูด  ผมก็ถือโอกาสค่อยๆ แงะมืองามๆ ของผมออกจากมือด้านๆ ของมัน

น้องเมะเค้าสอบติดโตไดจ๊ะ 

ห๋า......น้องเมะติดโตได 

จ๊ะ  เป็นยังไงหล่ะน้องเมะเก่งมากใช่มั๊ย  ว่าแต่พ่อเรียวไม่มีรางวัลอะไรเล็กๆ น้อยๆ ให้น้องบ้างเหรอจ๊ะ  เอาอีกแล้วไงแม่  เป็นไงล่ะเนียนได้อีกนะแม่- -*  ไมแม่ไม่บอกมันไปเลยล่ะว่าให้ซื้อบ้าน ซื้อรถให้ที.....พูดอ้อมๆ แบบนี้มันจะรู้เรื่องเหรอ  ก็รู้ๆ อยู่ว่ามันน่ะโง๊โง่...

 

น้องเมะจ๊ะพี่เรียวขอโทษนะจ๊ะคนดี  ไว้วันหลังพี่จะเอามาให้  มันพูดพร้อมกับส่งยิ้มชวนอ๊วกมาให้  ผมได้แต่แสยะยิ้มตอบกลับไปอย่างเสียไม่ได้

แล้วน้องเมะจะไปโตเกียววันไหนเหรอจ๊ะ 

วันพรุ่งนี้จ๊ะ  แม่ผมตอบ  ผมล่ะภาวนาให้ถึงพรุ่งนี้ไวๆ  จะได้ไม่ได้เจอหน้ามันอีก แล้วไว้ชั้นจะกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลไปให้แกล่ะกันนะไอ้เหี่ยวนะ

 เอิ่ม...แล้วพ่อเรียวล่ะจ๊ะพรุ่งนี้ว่างมั๊ย  จะไปส่งน้องเมะด้วยกันมั๊ยจ๊ะ  ห๊ะ...นี่แม่พูดอะไรเนี่ย  ผมอุตส่าห์ภาวนาต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ว่าขอให้เจอมันวันนี้เป็นวันสุดท้าย  แล้วนี่แม่ยังจะต้องให้ผมกล้ำกลืนฝืนทนนั่งรถกับมันไปจนถึงที่โตเกียวอีกเหรอแม่...............

ว่างสิจะว่าง  เพื่อน้องเมะชั้นว่างเสมอจ๊ะ  แล้วก็คงไม่ต้องถามอะไรต่อ  แน่นอนว่าไอ้เหี่ยวมันต้องตอบรับด้วยความเต็มใจ  ก็เพราะมันโง่แบบนี้ล่ะน๊า  ถึงได้โดนคุณนายสาลี่หลอกเอาบ่อยๆ

    วันต่อมา 

รถเบนซ์สุดหรูจอดเข้าเทียบท่าที่หน้าบ้านผม  พร้อมกับไอ้หน้าเสี่ยวแถมเหี่ยวคนเดิมซึ่งไม่ได้เข้ากับรถของมันเอาซะเล๊ย........

 

หวัดดีจ๊ะพ่อ  หวัดดีจ๊ะแม่.....  มันเดินลงมาจากรถพร้อมกับคำทักทายแบบหน้าด้านๆ ของมัน  ผมล่ะอยากจะถามคุณนายสาลี่จริงๆ ว่าเคยไปแอบเป็นชู้กับพ่อไอ้เหี่ยวมันรึไงกันนะ  มันถึงได้กล้าเรียกได้เต็มปากเต็มคำแบบนี้  แต่เอ๊ะ  รึว่าพ่อผมจะเป็นคนไปไข่ไว้ในท้องแม่มันกัน....

 และทันทีที่มันปรากฏตัวต่อหน้าผม  ผมล่ะอยากจะเอาปี๊บคลุมหัวด้วยความอายแทนมันซะจริง  ทรงผมเอลวิส  นั้นมันอะไรกันอะไรเข้าฝันให้แกทำผมทรงนี้ห๊ะ........นี้แกยังประจานตัวเองไม่พอเหรอ  แค่นี้คนอ่านเค้ารู้กันหมดแล้วว่าแกหน่ะบ้านนอก.....และถ้าท่านคิดว่านี่มันแย่แล้ว  ผมขอบอกเลยว่าท่านคิดผิด!!!! 

เสื้อเชิ้ตสีเขียวสว่างตาเห็นเด่นสง่ายิ่งกว่าสัญญาณไฟจราจรบนท้องถนน  แล้วยังกางเกงขาเดฟสีแดงที่ดูตัดกับเสื้อสีแสล๋นของมันได้อย่างลงตัวดีจริงๆ  นี่ถ้ามันมีหมวกสีเหลืองอีกซะใบ  คุณตำรวจสามารถเอามันไปยื่นที่สีแยกแทนสัญญาณไฟจราจรเลยก็ยังได้

 

และไอ้กางเกงแดงของมันนี่ก็รัดจนขามันจะกลายเป็นแหนมยโสธรอยู่แล้ว  ผมเห็นแล้วรู้สึกอึดอัดแทนมันจริงๆ    อยากจะเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงใยซะเหลือเกินว่าแกใส่เข้าไปได้ยังไงห๊ะ  แกจะไปแข่งขาลีบกะพี่ตูนบอดี้สแลมรึไงฟร่ะ  ก่อนออกจากบ้านได้ส่องกระจกรึป่าว  แล้วนี่ไม่มีตุ๊กแกตัวไหนทักแกก่อนออกจากบ้านเลยรึไงห๊ะ….

  แหมพ่อเรียววันนี้แต่ตัวซะหล่อเชียวนะ  แม่ผมพูดแซว  ไอ้เหี่ยวมีอาการเขินเล็กน้อย  นี่แกจะเขิลทำไมฟร่ะ   แล้วแม่นะแม่ใช้ส่วนไหนดูถึงว่ามันหล่อเนี่ย - -* รึว่าตาแม่เป็นต้อกระจกซะแล้ว

อ๊ะสายมากแล้วรีบไปกันดีกว่านะจ๊ะพ่อเรียว  เดี๋ยวจะถึงโตเกียวดึก  แม่ผมเอ่ยพร้อมกับถือพัดยืนสานเต๊ะท่าเป็นคุณสาลี่ในละครนางทาส

แม่เดี๋ยวก่อนสิยูยะจังยังไม่มาเลย

อะไรกัน  นี่นังยูยะมันติดด้วยเหรอ 

 

มาแล้วจ้า....มาแล้ว.....  เสียงยูยะจังร้องมาแต่ไกล  พร้อมกับขาสั้นๆ ทั้งสองข้างที่รีบวิ่งมาพร้อมกับข้าวของพะรุงพะรัง  แต่ก็ยังไม่ได้ครึ่งของข้าวของผมที่แม่จัดไว้ให้เลยด้วยซ้ำ 

 

แฮ่ก.....แฮ่ก...โทษทีๆ  พอดีมอไซต์เสียกลางทางหน่ะ  ยูยะจังพูดพร้อมหอบน้อยๆ 

 อ้อ  ผมลืมแนะนำนี่ยูยะ  ลูกพ่อผู้ใหญ่บ้านของหมู่บ้านที่ผมอยู่  เป็นเพื่อนที่ซี้ที่สุดของผมเรียนด้วยกันมาตั้งแต่สมัยอนุบาล  และยังเป็นคนเดียวที่รู้เรื่องทุกอย่างเกี่ยวกับครอบครัวผม  แต่ยูยะจังก็ไม่เคยไปพูดที่ไหนรึบอกใครเลยว่าครอบครัวผมหน่ะจริงๆ แล้วฐานะเป็นยังไง   

ป่ะๆ  ขึ้นรถได้แล้ว  แดดร้อนผิวเสียหมด  ขึ้นรถเร็วน้องเมะเดี๋ยวผิวเสียหมดค่ะลูกขา  แหมผมล่ะเลี่ยนกับคำพูดของแม่ซะจริง  ทีลับหลังคนอื่นล่ะเรียกนังเมะๆ  ทีต่อหน้าล่ะก็ลูกเมะคะลูกเมะขา  ผมได้แต่ส่งสายตาหน่ายๆ ไปยังยูยะจังเป็นอันรู้กัน  ก่อนจะเดินไปเปิดประตูหลังเพื่อขึ้นรถแต่.......

  

ไปนั่งเป็นเพื่อนพี่เรียวสิค่ะลูกขา  พี่เรียวขับรถตั้งไกลต้องการกำลังใจนะลูก  แม่ผมพูดพร้อมกับจับหัวผมกดและยัดให้เข้าไปนั่งข้างหน้าข้างคนขับ  ก่อนจะรีบปิดประตูไม่ให้ผมได้ทันตั้งตัวอะไรเลย

 

กะว่าจะได้นอนสบายๆ  กะเพื่อนข้างหลังแต่ต้องมานั่งข้างไอ้เหี่ยวนี่...แม่.............ทำไมทำกับผมอย่างนี้  T^T

      

แหมเกรงใจพ่อเรียวจังเลยนะจ๊ะเนี่ย  อุตส่าห์มาส่งน้องเมะถึงโตเกียวแล้วยังจะออกค่าหอพักให้อีก  แม่ผมเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกว่ารู้สึกเกรงใจคนตรงหน้าขนาดไหน  มารยาได้อีกแม่  มารยาได้อีก.......

 

หึ.....อย่าคิดนะครับว่าคนอย่างคุณนายสาลี่จะรู้สึกเกรงใจหน่ะ  คำว่าเกรงใจสะกดเป็นรึปล่าวก็ยังไม่รู้เล๊ย  แต่ว่าแม่ผมไม่ใช่พวกที่ทำอะไรโจ่งแจ้งหรอกนะครับ  แม่ผมหน่ะมันประเภทมารยาล้านเล่มเกวียนเลยหล่ะจะบอกให้

ทุกคนอาจจะกำลังสงสัยว่าทำไมไอ้เหี่ยวถึงยอมออกเงินค่าที่พักให้ผมอย่างง่ายดาย  แถมที่พักผมยังเป็นคอนโดสุดหรูใจกลางเมืองอีกต่างหาก 

 

ทำยังไงหน่ะเหรอ  ไม่ยากครับไม่ยาก  คุณนายสาลี่เค้าก็แกล้งสะดีดสะดิ้งทำเป็นว่าลืมหยิบกระเป๋าตังค์มา (แต่ถึงเอามาก็ไม่มีซักแดง) แล้วก็ทำตัวสะดีดสะดิ้งนิดๆ ใส่จริตหน่อยๆ  เท่านั้นแหล่ะก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย  โง่ๆ อย่างไอ้เหี่ยวก็เชื่อสนิท 

 

แต่ก็ใช่ว่ามันจะยอมเสียเปรียบฝ่ายเดียวนะครับ  มันยื่นขอเสนอโดยการขอกุญแจห้องสำรองจากแม่ผม  นี่มันคงกะจะแอบมาปล้ำผมตอนผมเผลอล่ะสิ  แต่ฝันไปเถอะไอ้เหี่ยว..... 

  

แหมไม่เป็นไรหรอกจ๊ะแม่  เรามันคนกันเอง  เดี๋ยวอีกหน่อยเราก็ต้องมาเป็นทองแผ่นเดียวกัน..  ไอ้เศรษฐีบ้านนอกเอ่ยพร้อมกับยิ้มกรุ้มกริ่มมากทางผม 

หึ  ยิ้มอย่างนั้นคิดว่าชั้นจะพิศวาสแกเร๊อะไอ้บ้านนอก ชะชะชะช๊า......ถึงชั้นจะสวย  แต่ว่าชั้นก็เลือกนะเฟ้ย.......

 

โฮะๆๆ  แหมพ่อเรียว  พูดอะไรอย่างนั้นหล่ะจ๊ะบ้าจริงเชียว  ดูสิน้องเมะอายหมดแล้ว  เอาเข้าไปแม่ผม  ยังขำระริกระรี้กะมันอยู่ได้  แล้วรู้ไว้ด้วยนะว่าผมไม่ได้อาย  แต่สะอิดสะเอียนมันจนจะอ๊วกอยู่แล้ว

 

แม่รีบไปกันเถอะจ๊ะ  เดี๋ยวหนูต้องรีบไปลงทะเบียนด้วยนะ  เดี๋ยวจะไม่ทัน  ใช่มั๊ยยูยะจังผมพูดพร้อมกับหันไปหายูยะจัง  เพื่อหาหน่วยสนับสนุน  ยูยะจังหันมาพยักหน้าแบบเงอะๆ งะๆ

อ่ะไปก็ไป  ไปกันเถอะจ๊ะพ่อเรียว  ปะๆๆ  ขึ้นรถๆ  ว่าแล้วคุณนายสาลี่ก็ขึ้นไปนั่งสบายใจบนรถ  โดยทิ้งให้ผมต้องมานั่งลำบากใจโดยการนั่งเป็นพระเครื่อง   เอ๊ย ตุ๊กตาหน้ารถของไอ้เหี่ยวสุดเสี่ยวนี่ 

     

ห๊ะ  สองแสนเยน ค่าลงทำเบียนบ้าอะไรเนี่ย  ทำไมมันแพงขนาดนี้  ไปเถอะลูก  ไปเรียนรามดีกว่าค่าหน่วยกิตถูกกว่านี้เยอะ  พ่อผมพูดพร้อมกับจับมือผมเตรียมจะลากผมออกไป.......

 

ทุกคนต่างพากันมองมาที่ครอบครัวผมเป็นสายตาเดียว  สายตาที่ดูเหมือนว่ากำลังเหยียดหยามพวกเราอยู่  คุณนายสาลี่หน้าเสียเล็กน้อย  ส่วนไอ้เหี่ยวที่ยืนรออยู่ห่างๆ มองมาทางพวกผมอย่างงงๆ  อย่าลืมสิครับที่หมู่บ้านหน่ะไม่มีใครรู้ว่าครอบครัวผมจนยกเว้นก็แต่ยูยะจังคนเดียว

 

เอ่อ...คุณค่ะ  แหมเศษเงินแค่สองแสนเยนเอง  จะงกไปทำไมกันหล่ะค่ะสมบัติเรามีตั้งเยอะตั้งแยะ  ชาตินี้จะใช้หมดรึเปล่าก็ไม่รู้  แค่สองแสนเยนขนหน้าแข้งไม่ร่วงหรอกค่ะ คุณนายสาลี่รีบแก้สถานการณ์ทันที 

 

ว่าแต่สมบัติอะไรแม่  บ้านเรามีสมบัติกับเค้าด้วยเหรอ.....ผมเห็นมีแต่สำรับไพ่ที่แม่หวงนักหวงหนาแค่นั้นแหล่ะ  แล้วที่ว่าขนหน้าแข้งไม่ร่วงอ่ะใช่มันไม่ร่วง  แต่ผมดำมันจะร่วงเลยน่ะสิ......

 

เจอแบบนี้เข้าพ่อผมจะไปทำอะไรได้หล่ะครับ  ก็ได้แต่ยืนสงบเสงี่ยมเจียมตัวไปตามระเบียบเพราะเจอแววตาของคุณนายสาลี่เธอเข้าไป 

 

                ทั้งหมดสองแสนเยนค่ะไม่ทราบจะชำระทั้งหมดเลยรึแบ่งจ่ายเป็นงวดๆ ดีค่ะ 

                อ๋อระดับชั้นหน่ะไม่ต้องแบ่งจ่ายเป็นงวดๆ หรอกค่ะ  เอาเป็นว่าจ่ายรวดเดียวเลยแล้วกัน  คุณนายสาลี่ยิ้มก่อนจะหันไปทางไอ้เหี่ยวที่ยืนห่างออกไปไม่ไกลนัก  เป็นนัยว่าจะสื่อความหมายอะไรบางอย่าง.....

 

ไอ้เหี่ยวมองมาอย่างงงๆ ไม่เข้าใจสารที่คุณนายสาลี่ต้องการสื่อ ร้อนถึงคุณนายสาลี่ทนไม่ไหวต้องเดินไปหาซะเอง

 

                เอ่อ...ซักครู่นะค่ะ  พอดีกระเป๋าเงินอยู่ที่คนใช้หน่ะค่ะ.....  พูดพร้อมยิ้มหวานไปให้  ก่อนจะรีบก้าวฉับๆ ไปหาไอ้บ้านนอกที่ยืนเอ๋ออยู่

แหม...ผมล่ะอยากให้ไอ้เหี่ยวมันมาได้ยินที่แม่ผมพูดเมื่อกี้จัง......

   

                พ่อเรียวจ๊ะ  ค่าลงทะเบียนน้องเมะล้านเยนจ๊ะ  (ได้ข่าวว่ามันแค่สองแสนไม่ใช่เหรอค่ะ)

                ห๋า....ล้านเยนเชียวเหรอจ๊ะ  แล้วแม่ไม่ได้พกบัตรอะไรมาเลยเหรอจ๊ะ

                พ่อเรียวก็รู้แม่ไม่ชอบฝากเงินในธนาคาร  แม่ชอบพกเงิดสด  แต่คราวนี้แม่ลืมจริงๆ พ่อเรียวช่วยน้องเมะหน่อยนะจ๊ะ  พ่อกำนันแกคงดีใจถ้ามีสะใภ้จบโตได  พ่อเรียวว่างั้นมั๊ยจ๊ะ

                ก็ได้จ๊ะก็ได้  งั้นเดี๋ยวชั้นจะไปกดเงินมาให้เดี๋ยวนี้ละจ๊ะ  และนี่ก็เป็นอีกครั้งที่ไอ้เหี่ยวคนซื่อถูกคุณนายสาลี่หลอกต้มอีกจนได้

                จ้า......ขอบใจมากนะจ๊ะพ่อเรียว 

  

หลังจากที่แม่ผมคุยกับไอ้เหี่ยวเสร็จก็เดินเชิดหน้าเชิดตากลับมา.....แหม  มาดคุณนายจริงๆ...

 

                เอิ่ม  รอซักครู่นะคะ  พอดีกำลังให้คนใช้ไปกดเงินมาให้อยู่หน่ะค่ะ....  แม่ผมพูดพร้อมกับยิ้มหวานก่อนจะยกพัดขึ้นมาสะบัดอย่างกับมาดคุณนายที่ต่อให้ใครเห็นก็ดูไม่ออกว่าเราจน....

               

 

                มาแล้วจ๊ะ  นี่จ๊ะแมะ......

                ขอบใจมากนะ  ไปรอตรงนั้นก่อนเดี๋ยวจ่ายเงินเสร็จแล้วจะตามไป.... แม่ผมรีบชิงพูดก่อนที่ไอ้เหี่ยวจะพูดจบพร้อมทั้งยังหยิบเงินที่อยู่ในมือมาไว้ที่ตัวเองอย่างรวดเร็ว  ทำเอาไอ้เหี่ยวที่มองอยู่อึ้ง...เป็นไงเจอฤทธิ์คุณนายสาลี่เข้าให้แล้วล่ะสิ......

 แต่ไอ้เงินที่อยู่ในมือแม่หน่ะดูๆ แล้วมันน่าจะเกินสองแสน....เอาอีกแล้วไงแม่ผม.......    

                ลูกเมะจี้คุณแม่กลับแล้วนะค่ะลูก...ดูแลตัวเองดีๆ นะลูกน๊า....  แม่พูดพร้อมกับกอดผม

            เมะถ้าไม่ไหวยังไงก็ไปเรียนรามนะลูกนะ...  พ่อผมพูดพร้อมกับลูบหัวผม                นี่กี้...หุบปากไปเลยนะพูดอะไรคิดซะบ้างสิ.....  แม่ว่าพร้อมส่งสายตาอำมหิตไปยังพ่อ  เฮ้อ.....นี่ตกลงพ่อรึแม่กันแน่นะที่เป็นหัวหน้าครอบครัว

                นี่เมะจี้ลูกรัก  ไม่ต้องไปฟังที่พ่อแกพูดนะ  อยู่ที่นี่แล้วจับผู้ชายรวยๆ ให้ได้นะลูกนะ  แม่หันมากำชับกับผม  นี่ผมมาเรียนนะแม่ไม่ได้จะมาจับผู้ชาย...........แล้วก็ช่วยหยุดเรียกชื่อผมประหลาดๆ แบบนั้นทีเถอะแม่ 

 

ผมพยักหน้ารับไปส่งๆ เพราะแม่ผมเล่นจ้องผมไม่วางตา  รับปากส่งๆ ไปให้แกวางใจก็แล้วกัน...

  

            น้องเมะจ๋า..........  มันมาอีกแล้ว 

                โทรหาแหน่เด้อ  จำเบอร์ของอ้ายได้ก่อ 085312XXXX....  ให้เบอร์มาทำไมตูไม่ได้ขอ  ไปให้คุณนายสาลี่นู๊น....รายนั้นเค้าเล่นหวยตูได้เล่นเฟ้ย...

 

ผมปั้นหน้าฉีกยิ้มหวานส่งไปให้มันทั้งๆ ที่ในใจคิดอีกอย่าง  อันที่จริงผมล่ะอยากจะตะโกนบอกความในใจให้มันฟังอยู่เหมือนกันนะแต่เอาเถอะ  เห็นว่านี่เป็นครั้งสุดท้ายที่ผมจะได้เจอกับมัน  ยังไงก็ให้เราจากกันด้วยดีแล้วกันนะไอ้เหี่ยวนะ.....

 

                ดูแลตัวเองดีๆ นะลูก  แม่ไปแล้วนะลูกนะ....ฮึอ...ฮือ........  แม่เข้ามากอดผมเป็นครั้งสุดท้าย  โอ้...อะเมสซิ่งแม่ผมบ่อน้ำตาแตกฮะท่านผู้อ่าน

                ดาร์ลิ้งจ๋าอย่าร้องไห้นะ...ถ้าไม่ไหวอย่าลืมที่พ่อบอกนะลูก  เปลวเทียนให้แสง  รามคำแหงให้ทาง...  พ่อพูดพร้อมกับลูกหัวผม...ฮึก...ฮือ.....พ่อจ๋า.แม่จ๋า.....หนูจะตั้งใจเรียนคว้าปริญญาไปให้พ่อกับแม่ให้ได้หนูสัญญา 

                กี้หุบปากซะ......เมะอย่าลืมนะลูกจับผู้ชายรวยๆ ให้ได้นะลูกรัก......  หมดกับอารมณ์ซึ้ง  น้ำตาที่ตอนแรกคลอๆ อยู่เหือดแห้งไปยังกะหน้าแล้งที่กำลังมาเยือน 

                พ่อกับแม่เดินทางดีๆ นะจ๊ะ  แล้วเดี๋ยวหนูจะส่งโทรเลขไปหาบ่อยๆ นะแม่.... 

                แม่ไปแล้วนะลูกนะ  ฮึก.....ดูแลตัวเองดีๆ นะลูก....ฮึก..แล้วก่อนนอนอย่าลืมดื่มวีต้าด้วยนะลูกนะ..ฮือๆ...อย่าลืมมาร์กหน้าอาทิตย์ล่ะ 3 ครั้งด้วยนะลูก...ฮึก...ส่วนมะขามเปียกขัดผิวแม่ใส่ไว้ให้ในกระปุกแล้วนะ.....  ผมพยักหน้ารับน้ำตาเริ่มคลออีกครั้ง  ฮือ....แม่จ๋า..........

                ดาร์ลิ้งพอได้แล้วล่ะจ๊ะ... พ่อพุดพร้อมกับโอบแม่ให้เดินไปที่รถ......พ่อจ๋า....ดูแลแม่ดีๆ นะพ่อ  อย่าให้แม่ไปเล่นไพ่จนไม่ได้นอนนะ........

 

ผมโบกมือลาบุพการีทั้งสองด้วยความอาลัย...นี่เป็นครั้งแรกที่ผมจะต้องใช้ชีวิตห่างกับพ่อและแม่เป็นครั้งแรก  คิดแล้วน้ำตามันก็พาลจะไหล.....

 

                ถึงตัวอ้ายจะต้องห่างไกล  แต่ใจบ่เคยห่างน้อง  จุ๊บๆ...ไอ้เหี่ยวคนเดิมพูดพร้อมกับส่งจูบมาให้ผม.....ยี้....ไอ้บ้านนอกคนกำลังซึ้งๆ อยู่เลยเชียว......

 

 

edit @ 5 Jul 2009 21:28:16 by TaKaCHii LAND

Pally Paradise ลิขิตรัก หอพักใจ 1

posted on 04 Jul 2009 12:33 by takachiiland  in PallyParadise

ดีจ้า........

กลับมาอีกครั้งหลังจากหายไป(นานโคตร) แต่เดี๋ยวก่อนแน่นอนว่าไม่ได้กลับมามือเปล่า

คราวนี้กลับมาพร้อมกับฟิคเรื่องเก่าที่เอามาเล่าใหม่ แต่มันกว่าเดิม

แต่สำหรับคนที่ไม่เคยอ่านฟิคเรื่องนี้ก้อไม่เป้นไรก้อจะได้เริ่มต้นอ่านใหม่เลย

หรือบางคนอ่านไปแล้วที่บอร์ดซึกะเมื่อหลายศตวรรษที่แล้วจนจำไม่ได้ก้อมาอ่านใหม่ได้เลย

อ้อ...ลืมบอกไปว่าฟิคเรื่องนี้เป้น จินเมะ  ยูพี  เรียวจี้ นะคร้าบบบบบบบบ

ส่วนฟิคน้องของเรานั้นคนแต่งมารุจังบอกว่ายังคิดไม่ออก เพราะฉะนั้นอ่านเรื่องนี้ไปก่อนเน้

ถ้าชอบก้อช่วยเม้นเป้นกำลังใจด้วยน้า คนแต่งจาได้มีกำลังใจอยากแต่ง  แล้วเจอกันใหม่ จ้าเน้........

 

 

 

ลิขิตรัก.....หอพักใจ    ( Edit Ver.2009 )

Jin&Me…..

Yu&P….

Ryo&Uchi…

บทประพันธ์โดย Pally

บทขยายโดย Maru~Chan

 

******************************************************************************     

 

Chapter1

 

 

ณ โรงเรียนม.ปลายเอกชนที่มีชื่อเสียงในเรื่องของความเก่าแก่และหรูหราที่สุด..........ด้วยรสนิยมหัวสูงของผู้อำนวยการ(?)  แม้ตัวอาคารภายนอกจะดูเก่าแก่  แต่ภายในกลับมีการตกแต่งและออกแบบอย่างงดงามตามแบบราชวงศ์อังกฤษ....... และยิ่งตัวอาคารเก่าแก่มากเท่าไร ก็ยิ่งดูงดงามราวกับสรรสร้างมาจากเวทมนตร์ในเทพนิยาย  ทั้งอาคารรูปทรงโรมัน  เหล่าประติมากรรมไม่ว่าจะเป็นงานปั้นหรืองานแกะสลักชั้นเลิศที่ประดับประดาอยู่ภายใน  รวมถึงรูปภาพของจิตรกรชื่อดัง...ช่างเป็นสวนผสมที่ลงตัวทำให้โรงเรียนนี้ดูมีระดับเหนือกว่าโรงเรียนประจำหลายแห่ง  ทำให้บรรดาผู้ปกครองพยายามทำให้ลูกของได้เข้าศึกษาที่นี่.............

 

 

เราจะได้มาอยู่ที่นี่จริงๆเหรอเนี่ย.....  ยามะพีเอ่ยก่อนจะกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก  ตากลมโตมองดูศิลปกรรมชั้นเลิศที่ตั้งอยู่ตรงหน้า.......นี่มันโรงเรียนรึ  สิ่งมหัศจรรย์ของโลกว่ะเนี่ย........

 

 นั่นสิ.......ดูหรูหราซะจนน่ากลัวแฮะ....  คาเมะเองก็มีท่าทีตะลึงกับภาพอาคารตรงหน้าไม่น้อยไปกว่ากัน 

 

ไม่น่าเชื่อเลยเน๊อะ...ว่าเราจะได้เรียนที่นี่จริงๆ.....  ยามะพีพูดเพ้อๆ อย่างไม่อยากเชื่อ โดยมีคาเมะคอยพยักหน้าเห็นด้วยอยู่ข้างๆ.....ไม่น่าเชื่อเลยว่าเด็กบ้านนอกอย่างเค้าทั้งสามคนจะได้ทุนเรียนฟรีที่นี่....

 

นี่ตายล่ะ...สายแล้ว....ฉันว่าพวกเรารีบไปหอประชุมดีกว่านะ  เกิดไปปฐมนิเทศไม่ทันต้องถูกรุ่นพี่ทำโทษแน่ๆ...  อุจจิเอ่ยอย่างกระวนกระวายพร้อมกับก้มดูนาฬิกาที่ข้อมือของตน.....ตายแล้ว...ถ้าไปไม่ทันต้องแย่แน่ๆ......

 

จะกลัวไปทำไม....ก็แค่รุ่นพี่....ไม่เอาน่าอุจจี้...ชั้นอยู่ทั้งคนจะกลัวไปทำไม... ยามะพีพูดอย่างไม่แยแส......จะกลัวไปทำไมรุ่นพี่นะไม่ใช่พ่อ.......

 

เออ.....ชั้นรู้ว่านายเก่งนะพีจัง...แต่ชั้นว่าเรารีบไปกันก็ดีนะ......คาเมะเอ่ย....ก็รู้ว่าเพื่อนตัวเองน่ะเก่งเหลือเกิน....แต่เพิ่งเข้ามาวันแรกจะให้ไปมีเรื่องกับรุ่นพี่ก็ดูจะไม่ดีนัก....

 

เฮอะ....ไปก็ไปดิ....ชิส์....  ยามะพีเอ่ยอย่างขัดใจ  ยกกระเป๋าขนาดย่อมขึ้นมาสะพายแล้วจึงเดินนำเพื่อนทั้งสองไปอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์นัก.....

 

............................................................................

 

โอ้โห......นี่ขนาดแค่หอประชุมนะเนี่ย....ดูสิ...ยังกับห้องโถงในพระราชวังแหน่ะ....คาเมะดูจะตื่นตาตื่นใจเป็นพิเศษ....ขนาดข้างนอกว่าสวยแล้ว  แต่มาดูข้างในนี่สวยซะจนไม่รู้จะสรรหาคำพูดอะไรมาบรรยายดี......ชื่นชมกับความอลังการอยู่ดีๆ ก็หันไปเจอกับนักเรียนกลุ่มหนึ่งที่กำลังมองดูเขาอย่างเหยียดหยามแถมยังซุบซิบนินทราอีก  ก็ต้องรีบวางมาดกลับไปเคร่งขรึมทันที....เพราะกลัวจะหลุดอะไรบ้านนอกออกไป................

 

 

ฮัลโหล~ฮัลโหล...เทส.....หนึ่ง...สอง...ฮัลโหล.....  เสียงทดลองไมโครโฟนดังขึ้นบริเวณหน้าเวที  เรียกความสนใจจากนักเรียนปีหนึ่งทุกคนให้หันไปมอง.....

 

อ่ะแฮ่ม....สวัสดีครับผมทากุจิ จุนโนะสุเกะ.....เป็นเลขาธิการของสภานักเรียน......ชายร่างสูงที่อยู่บนเวทีกล่าวแนะนำตัวพร้อมกับเสยผมแล้วส่งยิ้มตาหยี....ก่อนจะกล่าวต่อ........

 

เอาล่ะ....อีกซักครู่เราจะเริ่มการปฐมนิเทศกันแล้ว......ขอให้ทุกคนอยู่ในความสงบและสำรวมด้วยนะครับ......จุนโนะกล่าว....เสียงที่เคยดังระงมทั่วหอประชุมจึงค่อยๆ เงียบลง......

 

 

และบัดนี้ถึงเวลาอันสมควรแล้ว.....ขอเชิญประธานนักเรียนขึ้นมากล่าวอะไรซักเล็กน้อยครับ.....  จุนโนะพูดพร้อมกับถอยออกมาเพื่อให้ผู้เป็นประธานนักเรียนได้กล่าวทักทายเหล่านักเรียนปีหนึ่ง....

 

ทุกคนยืน........  เสียงตะโกนของจุนโนะที่ไม่ต้องพึ่งอุปกรณ์ขยายเสียงดังไปทั่วทั้งหอประชุม  บรรดานักเรียนปีหนึ่งทุกคนต่างพร้อมใจพากันลุกขึ้น......เว้นก็แต่........

 

 

พีจัง...ลุกขึ้นสิ......  อุจจิกระซิบบอกเพื่อนรักที่กำลังหลับสบาย....พอเข้าหอประชุมปุ๊บก็หลับปั๊บ..ให้มันได้อย่างนี้ซี่.....

 

พีจัง...พีจัง.....  คราวนี้เรียกพร้อมกับสะกิด  แต่ก็ยังไม่มีทีท่าว่าอีกคนจะยอมตื่นแต่อย่างใด.......

 

ช่างเถอะอุจจี้....เราอยู่ข้างหลังเค้าคงไม่เห็นหรอก....เงียบๆ เถอะเดี๋ยวคนอื่นจะสังเกต.....  คาเมะเอ่ยปรามเบาๆ ด้วยกลัวว่าจะเป็นจุดสนใจ

 

เอาล่ะทุกคน...เชิญนั่งได้....  สิ้นเสียงของประธานนักเรียน...บรรดานักเรียนปีหนึ่งก็ค่อยๆ ทิ้งตัวลงนั่งตามเดิม.....

 

สวัสดีครับ.....ผมนิชิกิโด  เรียว  เป็นประธานนักเรียนของโรงเรียนนี้....ก่อนอื่นต้องขอต้อนรับสมาชิกใหม่ทุกคนในปีนี้....เมื่อประธานนักเรียนเริ่มพูด  ทั้งหอประชุมก็ตกอยู่ในความเงียบทันที....นักเรียนปีหนึ่งหลายๆ คนดูจะถูกต้องมนต์สะกดของท่านประธานเข้าให้ซะแล้ว......

 

ผมหวังว่าทุกคนจะอยู่ที่นี่กันอย่างมีความสุข......ให้คิดซะว่าที่นี่เป็นบ้านของตัวเอง....

 

 

ว๊าย...พีจังทำอะไรน่ะ.....  อุจจิเอ่ยเบาๆ อย่างตกใจ....เมื่อเจ้าเพื่อนตัวดีนอนเอาขาไปพาดกับเก้าอี้ของคนข้างหน้า......(ก็ประธานบอกเองหนิว่าให้ทำตัวตามสบายเหมือนอยู่ที่บ้านน่ะ)...

 

เอ่อ...ขอโทษนะฮะ....พอดีเพื่อนผมไม่สบายน่ะฮะ....  คาเมะหันไปขอโทษขอโพยคนข้างหน้าที่หันมาทำตาเขียวให้  พร้อมกับรีบจัดแจงท่านอนของเพื่อนรักใหม่.....

 

 

แต่ก็ใช่ว่าทุกคนจะสามารถทำอะไรตามใจชอบได้เหมือนอย่างตอนอยู่ที่บ้าน....การที่จะอยู่ที่นี่ทุกคนจะต้องทำตามกฎระเบียบที่บัญญัติไว้....และแน่นอนว่าหากมีผู้ใดฝ่าฝืนก็จะต้องได้รับโทษ.... 

 

 

งืม...งืม...แจ๊บๆ......  เสียงเบาๆของยามะพี เรียกความสนใจจากบรรดานักเรียนที่นั่งไม่ไกลจากคนทั้งสามนัก......ทั้งคาเมะและอุจจิได้แต่เพียงยิ้มแห้งๆ พร้อมกับผงกหัวขอโทษขอโพย  ก่อนจะรีบหันไปปิดปากเจ้าเพื่อนตัวดี..... 

 

 

เรื่องกฎระเบียบต่างๆ ของโรงเรียนมีเขียนอยู่ในสมุดประจำตัวของทุกคนอยู่แล้ว  ฉะนั้นขอให้ทุกคนปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดด้วย.... เมื่อกล่าวจบ เรียวก็เดินออกจากที่ประชุมทันที......คาเมะกับอุจจิถอนหายใจด้วยความโล่งอก.....

 

ใครๆก็รู้กันว่า.....นิชิกิโด  เรียวเป็นประธานที่ทั้งเข้มงวดและน่ากลัวที่สุด....แต่ด้วยบุคลิกคมเข้มเฉพาะตัว  บวกกับดวงตาที่ดูทรงอำนาจ....แม้กระนั้นบุคลิกภาพแบบนี้ก็ยังต้องตาและเป็นยังสามารถใครต่อใครได้ไม่น้อย....

 

 แต่ทว่าคนเราใช่ว่ามันจะเกิดมาเพอร์เฟคกันทุกคนเสียหน่อย  ถ้ามีแบบนั้นก็คงไม่ใช่คนแล้วล่ะ  ฉะนั้นท่านประธานนักเรียนมาดขรึมอย่างนิชิกิโดเองก็มีหลุมดำ(?)เหมือนกัน....ติดก็แต่ไม่มีใครรู้เท่านั้นแหล่ะ....

 

 

ขอเสียงปรบมือให้กับประธานนักเรียนของเราด้วยครับ  สิ้นเสียงจุนโนะสุเกะ  บรรดานักเรียนปีหนึ่งก็พากันพร้อมใจปรบมือให้ประธานนักเรียนด้วยความชื่นชม....แหม...คนอาร๊าย...หล่อ.....โหด....โหลด(เตี้ย).......ได้ใจจริงจริ๊ง........................

 

 

เอาล่ะครับ.......ทีนี้เรามาพูดถึงรายละเอียดสำคัญที่นักเรียนเข้าใหม่ทุกคนจำเป็นจะต้องทราบกันดีกว่า.....โรงเรียนเมะรุ(ก)เคะไฮสคูลของเรามีการแบ่งหอพักเป็นสี่ตึก  ตามระดับผลการเรียน คือ เอ  บี  ซี  และดี คนที่มีผลการเรียนดีเยี่ยม ก็จะอยู่ตึกเอและอยู่ตึกอื่นๆตามผลการสอบเข้ามา  ใครอยู่หอพักใดก็จะเรียนอยู่ในระบบการเรียนการสอนในระดับเดียวกัน....ทุกเทอมเราจะมีการสอบวัดระดับซึ่งมีผลต่อการเปลี่ยนหอรวมถึงระดับคลาสเรียน......นั่นก็คือไม่ว่าคุณจะอยู่ระดับต่ำแค่ไหน...ก็มีสิทธิเข้ามาอยู่ในตึกเอได้ถ้าผลการเรียนดีพอ......ส่วนห้องพักเราจะจัดให้นอนห้องละสามคน  และจะต้องช่วยเหลือกันตลอดในการใช้ชีวิตอยู่ในโรงเรียนนี้.......ส่วนเรื่องกฎระเบียบข้อห้ามต่างๆ มีแจกไว้ที่หอทุกหอห้องละหนึ่งเล่ม.....เอาล่ะ......ขอให้ทุกคนโชคดีไปพักผ่อนได้  และเราจะมารวมตัวกันอีกครั้งที่นี่ ตอนสองทุ่มตรง........คืนนี้เราจะมีพิธีรับน้องกัน......ใครไม่มาคงไม่ต้องบอกว่าจะเป็นยังไง.....ขอบคุณครับ   พูดจบจุนโนะสุเกะก็ฉีกยิ้มหวานไปให้บรรดานักเรียนปีหนึ่ง....ยิ้มที่ดูยังไง๊ยังไงก็ไม่น่าไว้ใจเลยซักนิด........

 

 

คาเมะ  ยามะพี  อุจิ ทั้งสามเดินออกมาเพื่อดูรายชื่อตนในบอร์ดที่ติดบอกไว้  

 

นี่ไงๆ ชื่ออยู่นี่คาเมะร้องบอกเพื่อน

 

คาเมนาชิ   คาซึยะ   โทโทฮิสะ   ยามาชิตะ   ฮิโรกิ  อุจิ ห๋า.....หอดี งั้นเหรอ....  คาเมะร้องเอ่ยเสียงอ่อยทันทีที่รู้ว่าอยู่หออะไร

หอดี  ห้องดีดีดี03....เฮอะ...มันจะมีอะไรดีไปกว่านี้อีกมั๊ยเนี่ย....ยามมะพีเอ่ยอย่างหน่ายๆ.....ความจริงพวกเค้าเองก็ไม่ได้หวังว่าจะต้องอยู่หอระดับไฮคลาส.....แค่ได้มาเรียนที่นี่ก็ดีแค่ไหนแล้ว......

 

ดีจังที่พวกเราได้อยู่ห้องเดียวกัน...โชคดีจังเลยเนอะ อุจิที่เรียบร้อยที่สุดพูดอย่างโล่งอก.....นึกว่าจะโดนแยกห้องซะแล้ว 

 

งั้นเราไปที่หอกันเลยดีกว่าแล้วค่อยไปหาอะไรกินกัน...ฉันหิวจะตายอยู่แล้ว...ไปเหอะยามะพีพูดพลางกอดคอเพื่อนทั้งสองแล้วพากันเดินทางไปยังหอดี....สถานที่ที่ทั้งสามต้องใช้ชีวิตอยู่ตลอดเทอมนี้.....

 

 

 

 

พี่เรียวขา....................กลับมาแล้วเหรอค่ะที่รัก......มามะที่รัก  จุ๊บ...จุ๊บ.... เสียงห้าวที่พยายามดัดให้มีจริตจก้านของ  อาคานิชิ จิน  ดังขึ้นทันทีที่เห็นเรียวเดินเข้ามา......

 

มาสิที่รัก...มา...เมิงมาจุ๊บตีนกรูนี่มา.....เรียวอดที่จะหมันไส้ไม่ไหวตอกกลับไปบ้าง

 

อยู่ดีไม่ว่าดีนะเมิง...เก็บปากเมิงไว้ไปดูดคอเด็กปีหนึ่งเหอะ...ไอ้จิน...เอาไปแลกกับตรีนไอ้เรียว...กรูว่าไม่คุ้มว่ะ....ฮะฮะฮะ...นากามารุ  ยูอิจิเพื่อนสนิทอีกคนเอ่ยบ้าง....

 

ชัตอัพไปเลยห่ายู....เฮ๊ยเรียว...ว่าแต่ปีหนึ่งรุ่นนี้มีใครเจ๋งๆ บ้างป่าวว่ะ......เล่าดิ๊เล่าดิ๊.....  จินหันไปว่ายูอิจิแล้วจึงหันมาคะยั่นคะยอถามเรียว....ตอนแรกก็ว่าจะไปด้วยอยู่หรอก...แต่ดันโดนท่านผอ. เรียนเข้าพบซะก่อนน่ะสิ.....ไม่งั้นป่านนี้ก็คง...........

 

โถ่....ไอ้หน้าภาชนะหุงต้มเอ๊ย.....นี่วันๆ ในสมองเมิงคิดแค่เรื่องพวกนี้ใช่มั๊ย.....กรูล่ะเสียดายพื้นที่หอเอที่เมิงกำลังเหยียบอยู่จริงๆ..... เรียวพูดอย่างหน่ายๆ....คนที่วันๆ ไม่คิดจะทำอะไรนอกจากคิดแต่เรื่องอย่างว่าอย่างเจ้าจินมัน  ทำไม๊ทำไมเวลาสอบวัดระดับมันกลับทำได้ดีทุกครั้ง......หน่ำซ้ำยังทำคะแนนได้ดีกว่าประธานนักเรียนอย่างเค้าซะอีก.....

 

โถ่ห่าเรียวค๊าบ....พวกคุณเมิงก็รู้นี่ครับว่ากรูมีชีวิตอยู่ได้ด้วยสิ่งนี้.......  

 

แล้วไมเมิงไม่ย้ายไปอยู่หอดีว่ะ...กูว่าถ้าเมิงไปนะเมิงไปเปิดเป็นฮาเร็มของเมิงได้เลย...แล้วเมิงจะทำวันล่ะกี่ครั้งก็ไม่มีใครเค้าว่าไรเมิงหรอก...ยูอิจิว่า

 

ห่ายูค๊าบ...เห็นกรูงี้กรูก็เลือกนะค๊าบ.....เมิงก็รู้นี่...หอดีน่ะเม่งมั่วกันขนาดไหน.....  จินเอ่ยอย่างขยาดเมื่อนึกถึงหอดี....หอที่ได้ชื่อว่าโลว์คลาสและมั่วที่สุดในโรงเรียน  และยังเป็นที่รังเกียจและถูกดูถูกจากทั้งสามคลาส........

 

แหม...มาทำเป็นพูดนะเมิง....กรูเห็นเมิงก็เอาหมดนี่หว่า...... ยูอิจิว่าต่อ.....ทำมาเป็นพูดแต่ก่อนยังเคยเห็นเพื่อนเค้ามันคั่วอยู่กับเด็กคลาสดีอยู่พักนึง  เตือนเท่าไหร่ก็ไม่ฟัง.......

 

โถ่....ห่ายูค๊าบ....กรูเอาก็เฉพาะตอนเสี้ยนมากๆ เท่านั้นแหล่ะ....ยังไงก็ขอไม่ต่ำกว่าเกรดซีว่ะ...พวกเด็กเกรดดีนี่กรูขอบาย.....  จินว่า...นึกไปก็ขยาด....ไอ้เด็กเกรดดีคนนั้นที่คิดจะจับเค้า....เฮอะคิดจะจับคนอย่างอาคานิชิ จิน  ร้อยปียังเร็วไป.....

 

ชั้นเพิ่งได้ข่าวมาว่าคืนนี้จะมีงานรับน้องปีหนึ่ง....ไม่รู้ใครเม่งนึกบ้าจัดขึ้นมา....แถมมันยังไม่ขออนุญาตประธานนักเรียนอย่างชั้นอีก.....ชั้นว่าคืนนี้จะไปเล่นงานซะหน่อย...พวกนายจะไปด้วยมั๊ยล่ะ......

 

ไปๆๆ......ขอนู๋ไปด้วยคนนะก๊ะ..นะก๊ะ...นะก๊ะ.ปี้เรียวก๋า........ พอได้ยินดังนั้นจินก็ทำออดอ้อนสะดีดสะอิ้งใส่เรียวเสียจนน่าหมั่นไส้

 

เออๆๆ.....เมิงไม่ต้องทำสะดีดสะดิ้งได้มั๊ย...กรูเห็นแล้วคันตรีน  เดี๋ยวก็ไม่ให้ไปเลยหนิห่านี่.....แล้วเมิงล่ะยูจะไปด้วยกันมั๊ย.....

 

ไปก็ไปดิ.....  ยูอิจิว่าพลางยักไหล่.....อย่างน้อยก็ยังดีกว่าอยู่เฉยๆ ล่ะว่ะ

 

 

................................................................................

 

เวลาสองทุ่ม ที่หอประชุมรวมทุกคลาส....

 

 

เร็ว ๆหน่อย......เราจะเริ่มพิธีรับน้องกันแล้ว...  เสียงจุนโนะร้องเรียกให้บรรดานักเรียนปีหนึ่งมารวมตัวกัน..........

 

เอาล่ะ.....มากับครบแล้วก็ขอเริ่มพิธีรับน้องณ บัดนาว...  

 

สิ้นเสียงของจุนโนะ  เหล่าบรรดานักเรียนปีหนึ่งต่างก็พากันโห่ร้องด้วยความคะนองใจ.....ความสนุกกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว........

 

 

เอาล่ะ......ในกล่องใบนี้  จะมีกระดาษที่เขียนชื่อของรุ่นพี่  เบอร์ห้อง  และสิ่งของที่จะต้องไปเอาออกมา  ใครจับฉลากได้อันไหนก็ต้องไปเอาของที่ในกระดาษสั่งไว้มา......

 

...ละ...แล้วถ้าถ้าถูกจับได้หล่ะฮะ..... นักเรียนปีหนึ่งคนนึงถามขึ้นอย่างขลาด          

 

น้องก็อย่าโง่ให้โดนจับได้สิครับ.....ถ้าใครถูกจับได้จะถือว่าทำภารกิจไม่สำเร็จ...และคนที่ทำไม่สำเร็จก็ไม่ต้องให้บอกนะครับว่าจะเกิดอะไรขึ้น....หึหึ....เข้าใจแจ่มแจ้งกันทุกคนแล้วนะครับ...ภารกิจแค่นี้งายจะตายพี่เชื่อว่าทุกคนคงทำได้แน่ๆ....หึหึ.....” (บ้านแกหน่ะสิไอ้จุนโนะ)

 

อ้อเกือบลืม......ก่อนจะเริ่ม  พี่มีอะไรจะฝากนิดหน่อย.....เนื่องจากปีนี้เป็นปีแรกที่มีการรับน้อง.....และเรื่องนี้ไม่มีคณะกรรมการนักเรียนคนไหนรู้....(แกมันก็กรรมการนักเรียนไม่ใช่เหรอ - -*)...ดังนั้นจะให้เรื่องนี้แพ่งพายไปถึงหูประธานนักเรียนไม่ได้เป็นอันขาด.....และถ้าเกิดประธานนักเรียนรู้เรื่องการรับน้องและเรื่องสาวมาถึงพี่ละก็....คนที่ปากบอนคงไม่ต้องบอกนะจ๊ะว่าจะโดนอะไร...หึหึ......อันนี้พี่ไม่ได้ขู่นะ....แค่บอกเฉยๆ..... (แถวบ้านเมิงเรียกไม่ขู่เรอะ...- -*)

 

เอาหล่ะ....เรามาเริ่มจับฉลากกันเลยดีกว่า....ใครได้อะไรก็อ่านออกมาดังๆ ให้เพื่อนๆได้ยินด้วยนะ......เอ้าคนแรก....คาโต้  ชิเงอากิ......จุนโนะเริ่มขานชื่อ  นักเรียนปีหนึ่งผู้โชคดี(?)เดินออกมาข้างหน้าเวทีอย่างเก้ๆ กังๆ.......

 

ผมได้...........เออ......เมื่อได้เห็นตัวอักษรที่เขียนไว้ในกระดาษ...คาโต้ก็หน้าแดงไม่กล้าอ่านต่อ.....

 

อะไรของนาย.........เร็วๆเข้าคนอื่นรออยู่จุนโนะเร่ง

 

ผะ....ผมได้บ๊อกเซ่อใช้แล้ว.....ของโคยาม่า  เคอิจิโร่ครับ...คาโต้อ่านด้วยเสียงแผ่วเบา....แต่เพราะมีเครื่องขยายเสียงอยู่ที่หน้าเวทีจึงทำให้ทุกคนในหอประชุมก็ได้ยินหันหมด

 

ฮ่า.ฮ่า.ฮ่า บ๊อกเซ่อเนี่ยนะ โชคร้ายชะมัด.... ยามะพีตบมือหัวเราะอย่างชอบใจ...

 

ใช่ๆ...แถมเป็นบอกเซ่อใช้แล้วอีกต่างหาก.....ฮ่าๆๆ...... คาเมะเองก็ร่วมหัวเราะกับยามะพีจนน้ำตาเล็ด

 

เดี๋ยวก็โดนดีหรอก  ไปหัวเราะคนอื่นเค้า อุจิปรามเพื่อน ๆ ทั้งสอง...........จุนโนะยังคงขานชื่อไปเรื่อย ๆ ทำให้ต่อมหัวเราะของคาเมะและยามะพีทำงานหนักต่อไป....

 

โทโมฮิสะ  ยามาชิตะ....  เมื่อได้ยินเสียงเรียกชื่อของตน  ยามะพีก็ก้าวออกไปข้างหน้าเวทีด้วยท่าทีสบายๆ โดยไม่รู้สึกตื่นเต้นรึหวาดกลัวเหมือนอย่างคนที่ผ่านๆ มาเลยซักนิด….จะว่าไปไอ้เกมนี่ดูท่าจะน่าสนุกแฮะ.....

 

 

ของผม........แหวนทองคำขาว ของนากามารุ ยูอิจิ......สิ้นเสียงของยามะพี  ทุกคนในหอประชุมต่างพากันเงียบ.....ยามะพีขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจระคนสงสัย....จุนโนะเองก็มองหน้ายามะพีด้วยสายตาแปลกๆ ก่อนจะเอ่ยให้กำลังใจยามะพี  ยิ่งทำให้ยามะพีงงเข้าไปใหญ่.....

 

โชคดีแล้วกันนะ โทโมฮิสะ....จุนโนะเอ่ยปนสงสาร  พร้อมทั้งเข้ามาตบไหล่ให้กำลังใจ..... 

 

อะไรของเค้าวะ..........กะอีแค่แหวนวงเดียว....ยามาพีเดินกลับไปนั่งอย่างงงๆ  แต่ก็ไม่คิดจะถามอะไรเพราะไม่ได้สนใจอะไรอยู่แล้ว........

 

เอ้า.....ต่อไป.........ฮิโรกิ  อุจิ...อุจิเดินขึ้นมาอย่างหวาดๆ แล้วหลับตาพร้อมกับภาวนาในใจก่อนจะล้วงมือไปจับ

 

ผมได้.........รูปตอนเด็กของนิชิกิโด  เรียว.....  เสียงฮือฮาดังขึ้น....อุจิจับใจความได้ประมาณว่า....โคตรซวยเลยวะ.....ว่าแต่ทำไมต้องซวยด้วยล่ะ?......

 

ทีนี้คนสุดท้าย.........คาเมนาชิ  คาซึยะ....  คาเมะเดินขึ้นมา  แล้วล้วงมือลงไปจับฉลาก  พร้อมคิดในใจว่าจะจับทำไมวะ ในเมื่อมันเหลืออยู่แค่ใบเดียว.....

 

 

ผมได้...........คอดด็อม.........ของอาคานิชิ  จิน  เฮ้ย! อะไรวะ..ระรุ่นพี่ฮะ......  พูดได้แค่นั้น  ก็ถูกจุนโนะพูดกลบเสียงฮือฮาของทุกคน  รวมทั้งน้ำเสียงไม่พอใจของคาเมะด้วย.......

 

เอาล่ะ....ทุกคนฟังทางนี้............ฉันให้เวลาทุกคนจนถึงเที่ยงคืน  เพราะเป็นช่วงเวลาปาร์ตี้ฉลองเปิดเทอมของปีสองกับปีสาม...ดังนั้นจึงไม่มีคนอยู่บนหอ......แล้วพรุ่งนี้เราจะไปเจอกันที่โรงยิม....เอาล่ะแยกย้ายกันไปได้....

สิ้นเสียงของจุนโนะบรรดานักเรียนปีหนึ่งก็แยกย้ายกันไปทำภารกิจของตัวเอง.....เหลือรั้งท้ายไว้เพียง คาเมะ ยามะพี และอุจิ

 

โคตรซวยเลยวะ  คอดด็อมเนี่ยนะ แหวะ!อยากจะอ้วก..... คาเมะพูดพลางทำหน้าเหย่อย่างสะอิดสะเอียนเสียเต็มประดา 

 

สมน้ำหน้า  อยากหัวเราะคนอื่นดีนัก  เป็นไงหล่ะ แย่กว่าบ๊อกเซ่ออีกนะ ฮ่า.......ฮ่า......ฮ่า.... ยามะพีได้ทีก็ซ้ำเติมเพื่อน....

 

อะไรกัน  หัวเราะด้วยกันแท้ๆ ไหงฉันโดนคนเดียวอ่ะ..... คาเมะบ่นด้วยความไม่พอใจ....ทำไมโลกนี้มันช่างไม่ยุติธรรมเอาซะเลย.....

 

ฉันว่าเรารีบไปดีกว่าเดี๋ยวจะหมดเวลาซะก่อน.....  อุจิเตือนเพื่อนทั้งสอง........ทั้งสามคนพากันเดินออกจากหอประชุม................โดยมีจุนโนะแอบมองดูอยู่ตลอด....

 

เฮ้อ......น่าสงสารนางฟ้าทั้งสามจัง...........ไม่ได้มีใครโชคดีไปกว่าใครเล้ย.....แต่จะโทษพี่ไม่ได้นะพวกน้องดันเกิดมาซวยเอง........  (ถามหน่อยเด๊ะ....แล้วใครเป็นคนทำสลากฟร่ะ....)

 

 

...............................................................................................

 

 

 

ไอ้จิน  ไอ้ยู  ไปกันได้แล้ว...  เรียวเร่งเพื่อนทั้งสอง 

 

จะรีบไปไหนว่ะ....งานกำลังสนุก.....จินเอ่ยอย่างไม่เร่งรีบ...แหมกำลังสนุกอยู่เชียว....

 

 ก็ไปตรวจรอบโรงเรียนไง.....ฉันว่าคงต้องมีการรับน้องแล้วแน่ๆ....  เรียวพูดพลางดูนาฬิกาที่ข้อมือ 

 

ไม่เห็นจะต้องรีบเลยนี่หว่า  มาสนุกกันก่อนดิ  ปาร์ตี้เปิดเรียนทั้งที..... ยูอิจิเอ่ยก่อนจะยกแก้วค๊อกเทลสีสวยขึ้นดื่ม 

 

เออ.....ตามใจถ้าพวกแกไม่ไป   ฉันไปก่อนก็แล้วกัน....  เรียวพูดตัดบท  แล้วเดินจากไปทันที....ต้องจับให้ได้คาหนังคาเขาไอ้พวกชอบแหกกฎพวกนี้.....

 

อะไรของแม่งวะ.....ซีเรียสไปได้  ไปก็ไปโว้ย....จินกับยูอิจิจำใจต้องเดินตามเรียวไป 

 

น้องๆ ครับเดี๋ยวพี่จินไปทำธุระก่อนนะครับ  เสร็จแล้วเดี๋ยวเรามาทำเรื่องสนุกๆ กันนะ  จินจำใจบอกลาบรรดารุ่นน้องอย่างเสียดาย.....แม่งไอ้เรียวนะเรียว....

 

............................................................................................

 

 

ห้องนี้สินะ  นิชิกิโด  เรียว..........เอ.........ทำไมถึงมีชื่อแค่คนเดียวหล่ะ....ช่างเหอะ  รีบเข้าไปดีกว่าเดี๋ยวเค้ากับมาโดนจับได้แย่กันพอดี......อุจิเอ่ยกับตัวเอง  ก่อนจะกลั้นหายใจแล้วเปิดประตูเข้าไปข้างใน......แต่ทว่า........

 

อ๊ะ...ทำไงดีอ่ะ....ประตูเปิดไม่ได้...แย่แล้วถ้าเอาของมาไม่ได้ต้องถูกทำโทษแน่...ทำไงดีนะ.....  อุจิเดินวนไปวนมาอยู่หน้าประตูพลางใช้ความคิด  แต่คิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออก….

 

ตึก~ตึก~ตึก~

 

เสียงฝีเท้าที่เข้ามาใกล้ๆ ทำเอาอุจิตกใจมองไปตามทางต้นเสียง

 

สะ...เสียงอะไรน่ะ....นะ..ไหนบะ...บอกว่าไม่มีใครอยู่..ทะที่หอไง... อุจิขาเริ่มสั่น  ตาทั้งสองข้างมองไปยังต้นเสียงเห็นเพียงแค่เงาดำจางๆ ที่กำลังคืบคลานเข้ามาเท่านั้น....

 

 

ตึก~ตึก~ตึก~

 

มะ...ไม่นะ...ไม่นะ...ไม่เอาแล้ว.....อ๊า~…………”

 

 

.........................................................................................

 

กริ๊ก....

 

 

เอาหล่ะ....แค่นี้ก็เรียบร้อย..ของกล้วยๆ…..” ยามะพีเอ่ยกับตัวเองพร้อมยิ้มอย่างภูมิใจกับความสามารถในการสะเดาะกุญแจของตน

 

...รุ่นพี่....ผมจะเข้าไปหล่ะนะ” (บอกใครวะ)

 

โอ้โห.......ห้องเรียบร้อยกว่าห้องนอนเราอีกแหะ” (ทุกวันนี้ห้องที่หออุจิกับคาเมะเป็นคนทำความสะอาด....)

 

อะจริงสิ.......แหวน.....แหวนอยู่ไหนน๊า......  ยามะพีรื้อข้าวของซะจนกระจุยกระจาย  โดยไม่สนใจเลยว่าหากเจ้าของห้องกลับมาเจอสภาพห้องของตัวเองเข้าจะรู้สึกยังไง....รื้อไปได้ซักพักก็เจอเข้ากับกล่องกำมะหยีสีน้ำเงินสุดหรูที่ถูกซุกไว้ในลิ้นชักบนหัวเตียง

 

นี่หล่ะมั้ง....  นั่งพินิจพิจารณาเจ้ากล่องกำมะหยีสีน้ำเงินได้ซักพักก็เปิดดูข้างในด้วยความอยากรู้อยากเห็น.....

 

 

ว้าว!จริงๆด้วย........สวยจังเลย.....ไหนๆ ขอลองหน่อยซิ  ว่าแล้วก็ฉวยเอาแหวนเงินวงเล็กสวมเข้ากับนิ้วนางข้างขวาของตน  ก่อนจะส่องดูแล้วก็อดไม่ได้ที่จะชื่นชมกับตัวเอง......

 

แหมยิ่งมาอยู่บนมือของเรา...ยิ่งสวยเข้าไปใหญ่แหะ......เอ๊ะ yu&narumi” ทันใดก็ไปสะดุดเข้ากับชื่อที่สลักไว้บนแหวน  ยามะพีอ่านชื่อที่สลักไว้บนแหวนพร้อมกับขมวดคิ้วด้วยความสงสัย.......... 

 

นายเป็นใคร....แล้วเข้ามาที่นี่ทำไม....  เสียงหนึ่งดังขึ้นด้านหลัง  ยามะพีตาโตตกใจถูกจับได้แหง๋ๆ....

 

ว่าไง...เข้ามาที่นี่ทำไม.....  เสียงเดิมเค้นถามเสียงเข้ม....ยามะพีสูดหายใจเข้าเรียกขวัญและกำลังใจก่อนจะค่อยๆ หันไปเผชิญหน้ากับอีกฝ่าย.......

 

 

 

................................................................................

 

 

“AAA66 ...อาคานิชิ  จิน ห้องนี้สินะ...........เอาล่ะ.......สู้โว้ย....  คาเมะถอนหายใจทีนึ่งแล้วจึงเปิดประตูเข้าไปในห้อง 

 

โอ้โห.......นี่ห้องรึโรงเผาขยะเนี่ย...รกจริงๆ เล๊ย.....อยู่เข้าไปได้ไงวะ คาเมะบ่นเมื่อเจอกับสภาพห้องของจิน 

 

แล้วไอ้ของที่หาเนี่ย........มันจะเจอเข้าไปได้ยังไงวะ  ปากก็บ่นไปอย่างนั้นแต่สองมือก็เริ่มคุ้ยหาสิ่งของที่เป็นภารกิจ

 

หาอะไรอยู่เหรอครับ เสียงบุคคลลึกลับจากด้านหลังดังขึ้น

 

ก็หา...............เฮ้ย!จำได้ว่าอยู่คนเดียวนี่หว่า.....แล้วนี่เสียงหมาที่ไหนวะ....

 

อ๊ะ...เฮ๊ย......คาเมะเมื่อหันมาเจอเข้ากับเจ้าของเสียงลึกลับก็ผวาทันที.....ว่าแต่ทำไมมันต้องเอาหน้ามันเข้ามาใกล้ๆ ตรูด้วยล่ะเนี่ย.....

หวัดดีจ๊ะคนสวย....มาหาจินเหรอครับ.....จินถึงกับตะลึงเมื่อมองคาเมะเต็มๆตา  ร่างเล็กบอบบาง  ผิวขาวเนียนใส  ใบหน้าเรียวยาว  ปากสีแดงสด  ตาคม.....โอ้ว์...ใช่เลยอ่ะกิ๊บ......

 

ว่าแต่คนสวย  ชื่ออะไรครับ  จินยังซักต่อ  พร้อมกับส่งสายตาแทะโลมร่างบางตรงหน้า  ทำเอาคาเมะเริ่มรู้สึกสยิวชอบกล

 

เออ.......ชื่อ..........คาเมนาชิ  คาซึยะฮะ  คาเมะตอบเสียงเบา  ซวยแล้วมั๊ยล่ะกรู..........งานนี้ลูกเต่าไม่รอดแน่

 

คาเมะจังเหรอ.....ชื่อน่ารักจังเลย.....ว่าแต่หาอะไรอยู่เอ่ย  มาเดี๋ยวผมช่วยหาดีกว่าเฮ๊ย.......อะไรของมันวะ  เพี้ยนชัวร์  ช่วยคนอื่นหาของในห้องตัวเอง...แต่เอ๊ะเดี๋ยวนะ...คาเมะจังพ่องเมิงสิ...จำได้ว่ากรูบอกว่าชื่อคาเมนาชิ  คาซึยะนะ.....ไอ้บ้านี่ชักจะลามปามใหญ่แล้ว......

 

 

คือ.......ไม่เป็นไรฮะ.........ผมมาหาเพื่อน............แล้ว....เออ.............เข้าห้องผิด............จะรีบไปเดี๋ยวนี้แหละ  ตอแหลเอาตัวรอดไว้ก่อน  ขืนอยู่นานเข้าเกรงอาจต้องมีการเสียเอกราชก็เป็นได้   ช่างหัวเกมบ้าเกมบอนั่นมัน  เอกราชประตูหลังตรูสำคัญกว่า......

 

คาเมะค่อยๆ เดินตัวลีบผ่านเจ้าของห้องเพื่อตรงไปยังประตู...แต่ทว่าทำไม๊ระยะทางมันย๊าวยาวว่ะเนี่ย....

 

 

เดี๋ยวก่อนสิ........... จินเดินมาดักไว้ข้างหน้าพร้อมกับยืนบังประตูไว้  ทำเอาคาเมะถึงกับเหงื่อตก.....งานเข้าแล้วไงกรู......

 

อะไรกัน...เข้าห้องเค้าผิดแล้วจะชิ่งไปเฉยๆ ง่ายๆ แบบนี้เหรอ....  คาเมะขมวดคิ้วทันทีที่ได้ยิน  เมิงจะเอาไงกันกรูล่ะเนี่ย.....

 

งั้นเอาเป็นว่าผมขอโทษก็แล้วกันนะฮะ.....  พูดพร้อมกับก้มลงโค้ง

 

อะไรกัน...แค่ขอโทษแล้วก็หายเหรอ... เค้าเสียหายนะ..มีผู้ชายมาบุกห้อง...รู้ถึงไหนอายถึงนั้น......  คาเมะอึ้งเล็กน้อยกับสิ่งที่ได้ยิน  หน่ำซ้ำยังท่าทีของไอ้อ้วนตรงหน้าที่ทำสะดีดสะดิ้งยังกะสาวถูกพรากเวอร์จิ้น....ทำไม๊คนอย่างคาเมะต้องมาซวยจับได้ให้ไอ้อ้วนนี่ด้วยก็ไม่รู้.....

 

เรื่องนี้ผมไม่ได้ตั้งใจ..แล้วก็ต้องขอโทษรุ่นพี่ด้วยนะฮะ....รับรองว่าเรื่องนี้ผมจะไม่บอกใครให้รุ่นพี่ต้องเสียหายแน่นอน....งั้นผมขอตัวก่อนนะฮะ....  ว่าแล้วก็ไม่รอช้า  ทำตัวลีบผ่านจินแล้วตรงรี่ไปยังประตูทันที.......แต่เอ๊ะ...ทำไมมันเปิดไม่ออกว่ะ….

 

จินยกยิ้มมุมปากโดยที่คาเมะไม่ทันได้เห็น...ก็มันจะไปเปิดออกได้ยังไงก็ประตูมันล็อกอยู่นี่....สงสัยจะรีบจัดจนลืมดูสินะ....ยิ้มอย่างอารมณ์ดีก่อนจะค่อยๆ สาวเท้าไปใกล้ๆร่างบางที่ยังคงพยายามเปิดประตู  แต่ก็ต้องสะดุดตากับกระดาษสีขาวที่ตกอยู่จึงก้มลงเก็บขึ้นมาดู

 เอ๋..........คอดด็อม..........ของอาคานิชิ  จิน.....เอ๋....อยากได้ไอ้นี่ของผมเหรอ  จินถามคาเมะด้วยน้ำเสียงตกใจ   แต่แววตานี่สิ    ดีใจเหมือนเด็กได้ลูกอมเลย 

 

ปะ....ป่าวนะ........ผมไม่ได้อยากได้ซักหน่อย..........แต่เกมรับน้องบอกให้ผมต้องเอามันไปต่างหาก......แต่ตอนนี้ผมไม่เอาแล้วหล่ะ..........จะกลับแล้ว.. คาเมะว่า...ตอนนี้อะไรก็ไม่สำคัญเท่าพรหมจันท์ประตูหลัง...ต้องรีบออกไปให้เร็วที่สุด... 

 

อะไรกัน..ไม่กลัวถูกลงโทษเหรอ....เอางี้รอเดี๋ยวนะ.........ฉันจะไปหยิบมาให้  จินพูดแล้วเดินตรงไปที่โต๊ะข้างเตียง........คาเมะหยุดชะงักทันที....อะไรกันว่าง่ายขนาดนั้นเชียว......ความจริงนายนี่ก็ใจดีเหมือนกันนี่หว่า..........นึกว่าจะโชคร้าย  โชคดีชะมัด.....

 

เอ้า.......มาเอาสิ   เสียงจนตะโกนออกมาจากห้องนอน  คาเมะไม่รอช้าตรงรี้เข้าไปหาอีกฝ่ายโดยไม่ทันได้เฉลี่ยวใจ.....

 

ขอบคุ............เหวอ..........  ยังไม่ทันได้ตั้งตัวคาเมะก็ถูกฉุดลงมานอนบนเตียง  โดยมีจินตามขึ้นคร่อมพร้อมกับล็อกข้อมือทั้งสองข้างไว้ 

 

 จะเอาน่ะได้.........แต่ว่า......ถ้าเอาไปเลยเดี๋ยวเค้าจะหาว่านายไปซื้อมา......ดังนั้นเรามาใช้กันก่อนดีกว่า.........เวลาตรวจเค้าจะได้รู้ไงว่าเป็นของจริง.... จินยิ้มเจ้าเล่ห์พร้อมขยับหน้าเข้าไปใกล้คาเมะอีกจนคาเมะหน้าแดงด้วยความเขิน 

 

มะ.....มะ.....ไม่ต้อง......ผมไม่เอาแล้ว..........ปล่อยโ....ผ...ม.......อุ๊บ...  พูดไม่ทันจบก็ถูกจินปิดปากด้วยจูบเข้าให้....เล่นเอาคาเมะถึงกับตกใจตาโตทำอะไรไม่ถูก.......และด้วยความไร้เดียงสาของคาเมะทำให้จินสามารถรุกล้ำเข้าไปควานหาความหวานข้างในได้อย่างง่ายได้  จูบที่แสนดื้อดึงเอาแต่ใจทำให้คาเมะร้อนไปทั้งตัวอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน........

 

แฮ่ก.........แฮ่ก......... เสียงหอบอย่างหมดแรงของคาเมะดังขึ้นหลังจากที่จินยอมถอนจูบออกไป

 

ไอ้บ้า.....ทำอะไรของนาย.............มาจูบกันได้ไง คาเมะที่เริ่มตั้งสติได้ชี้หน้าด่าจิน 

 

ทำไมหล่ะ......คนเป็นแฟนกันทำไมจะจูบกันไม่ได้ จินโมเมเอาดื้อๆ 

 

หน้าด้าน............ใครเป็นแฟนใครตอนไหน.........อย่ามามั่วนะ คาเมะโต้กลับแต่หน้ากลับขึ้นสีแดงระเรื่อ.... 

 

ก็นายไง..........ขนาดฉันยังไม่ถือเลยที่นายเข้ามาค้นห้องฉัน.......แล้วยังอยากได้คอนด้อมของฉันอีก........ที่ไม่ว่าก็เพราะเห็นว่านายเป็นแฟนฉันนะเนี่ย  จินยังคงโมเมต่อไป

 

ไอ้บ้า............โรคจิต...........หน้าด้าน..........ไอ้........อุ๊บ  จินจึงจูบปิดปากคาเมะอีก.............คาเมะขัดขืนในตอนแรก แต่ก็ต้องอ่อนระทวยด้วยรสจูบอันแสนหวานและร้อนแรงของจิน.........................

นายเป็นแฟนฉันแล้วนะ..............เอ้า......  จินยื่นนาฬิกาพกเก่าแก่เรือนหนึ่งให้คาเมะ 

 

อันนี้คงพอแทนกันได้..........หรือว่านายอยากจะได้.......ไอ้นี่อยู่............... จินพูดพลางแกว่งกล่องคอนด้อมไปมา.........คาเมะจึงรีบดึงเอานาฬิกาจากมือจินแล้ววิ่งหนีไป.........ทิ้งให้จินนั่งอมยิ้มอย่างพอใจอยู่คนเดียว 

 

ฉันจะปล่อยนายไปก่อนก็แค่วันนี้เท่านั้นแหละคาซึยะ...

 

................................................................................

 

เออ....คะ....คือเข้ามาผิดห้องน่ะ...แต่จะรีบไปเดี๋ยวนี้แหละ....ยามะพีแก้ตัวพร้อมกับรีบตรงรี่ไปยังประตู  แต่ก็ถูกยูอิจิดึงแขนไว้เสียก่อน

 

ผิดห้องเหรอ....หอนี้ไม่มีใครอยู่นอกจากเด็กปีสาม....แล้วอีกอย่างชั้นนี้ทั้งชั้นก็เป็นของคณะกรรมการนักเรียน...คนที่นายจะมาหาน่ะใคร....เจอคำถามแบบนี้ทำเอายามะพีถึงกับหน้าซีด....จะให้ตอบว่าอะไรดีล่ะ

 

...คะ..คือ...มะ...มาหารุ่นพี่....พี่จุนโนะสึเกะ......  ไม่รู้จะเอาใครก็เอาชื่อเจ้าตัวบงการใหญ่มาอ้างนี่แหล่ะ...

 

มาหาจุนโนะงั้นเหรอ....ไม่รู้รึไงว่าวันนี้มีปาร์ตี้เปิดเทอมของปีสองกับปีสาม....นักเรียนทุกคนอยู่ในงานปาร์ตี้....ทำไมไม่ไปหาที่นั้น.... ถามพร้อมจ้องมองอีกฝ่ายอย่างจับผิด...

 

กะ...ก็จะไปรู้เหรอ...รุ่นพี่จุนโนะเป็นคนบอกให้มาที่นี่...ผมก็มา...

 

งั้นเหรอ......นายชื่ออะไร..อยู่หอไหน...ปีอะไร..ซักไซ้รประวัติคนตรงหน้า...เรื่องแบบนี้เห็นทีจะปล่อยไปง่ายๆ ไม่ได้ซะแล้ว....

 

...ยามาชิตะ  โทโมฮิสะ...หอดี...ปี....  ยังไม่ทันได้พูดจบก็ถูกอีกฝ่ายแทรกขึ้นมาเสียก่อน.....คนอะไร๊ไม่มีมารยาทเอาซะเลย....

 

เอ๋อ...ที่แท้ก็เด็กหอดีนี่เอง....ถึงว่า.....  พูดพร้อมทั้งส่งสายตาเหยียดๆ ไปยังอีกฝ่าย  เมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นเด็กหอดี.....พวกเด็กโลว์คลาสโสโครก.....

 

อะไร...ถึงว่าอะไร.....  ยามะพีดูจะไม่ค่อยเข้าใจนัก...ทำไมเป็นเด็กหอดีแล้วมันทำไม....

 

เท่าไหร่ล่ะ.....ยูอิจิเอ่ยถามเสียงเรียบ  สายตาประเมินร่างบางตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า......หน้าตาก็ดี..แต่ไม่มีสมอง......

 

ห๊ะ...อะไรเท่าไหร่....  ยามะพียิ่งงงเข้าไปใหญ่...อะไรกันหมอนี่จู่ๆ ก็มาถามว่าเท่าไหร่...ประสาท...

 

แหมอย่ามาทำเป็นใสซื่อไปหน่อยเลย...เด็กหอดีก็แบบนี้แหล่ะ...ตกลงเท่าไหร่ล่ะ....เอ่ยถามคำถามเดิม...เบื่อจริงๆ พวกเด็กหอดีเวลาถูกจับได้เป็นต้องทำไม่รู้ไม่ชี้ทุกทีสิน่า.....

 

นายหมายความว่ายังไง....เป็นเด็กหอดีแล้วมันทำไม....  ยามะพีเริ่มไม่พอใจ...อะไรกันนักว่ะ...เป็นเด็กหอดีแล้วมันทำไมนักหนา....อยากจะตะคอกถามเสียจริง  ไม่รู้ว่าเด็กหอดีมันไปทำน้ำจิ้มไก่หกใส่เสื้อพ่อพี่เหรอไง...ถึงได้เหยียดกันอยู่นั้นแหล่ะ......

 

ก็ไอ้จุนโนะมันซื้อนายมาเท่าไหร่ไงเล่า....  ยูอิจิเบื่อกับท่าทีแกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่องของคนตรงหน้า....ทำมาเป็นอินโนเซนต์คิว่าชั้นจะเชื่อคนอย่างนายเหรอ....

 

นะ...นี่...นี่นายหาว่าฉันเป็นพวกขายตัวอย่างนั้นเหรอ......  ยามะพีควันแทบออกหูเมื่อเข้าใจความหมายของอีกฝ่าย....มือเล็กกำเข้าหากันด้วยความโกรธ...หนอยแหน่ะมันชักจะดูถูกกันมากไปแล้วนะ....

 

เฮอะ...หน้าตานายก็ดีนะ...ทำไมเหรอร้อนเงินมากนักรึไง....เอ๊ะหรือว่าร่านกันแน่.......ยูอิจิยังคงพูดเหยียดร่างบาง....

 

เพี๊ยะ~  เสียงมือเล็กปะทะเข้ากับใบหน้ายูอิจิเต็มแรง.......ยามะพียืนตัวสั่นด้วยความโกรธ...ตั้งแต่เกิดมาแม้จะถูกคนอื่นดูถูกดูแคลนมาก็หลายหน  แต่ก็ไม่เคยมีซักครั้งที่รู้สึกเจ็บใจได้ถึงขนาดนี้.....

 

นี่...นี่....กล้าตบฉันเหรอ....  ยูอิจิเอามือจับใบหน้าด้านที่ถูกตบพร้อมตะคอกถามด้วยแรงอารมณ์.....เด็กชั้นต่ำคนนี้กล้ามากที่ตบหน้าเค้า.....

 

หึ...มากกว่านี้ก็กล้า....ทำไมคิดว่าตัวเองเป็นใคร...คิดว่าตัวเองอยู่หอเอแล้วจะดูถูกใครว่าอะไรก็ได้งั้นเหรอ...จำไว้นะถึงฉันจะเป็นเด็กหอดี..แต่ฉันก็มีศักดิ์ศรีพอ...... ยามะพีพูดกราดอย่างไม่รู้สึกเกรงกลัว...แล้วจึงเดินกระแทกไหล่อีกฝ่ายออกไป....

 

หึ...ตบหน้าแล้วคิดจะหนีเหรอ...ฉันไม่ยอมให้เธอตบฟรีๆ หรอกนะ...มานี่เลย....ยูอิจิกระชากข้อมือบางไว้ก่อนที่อีกฝ่ายจะจากไป  แล้วจัดการเหวี่ยงร่างบางลงไปกองกับพื้นห้องอย่างแรงจนได้ยินเสียงตุ๊บ~

 

 

โอ๊ย...ไอ้บ้าปล่อยนะเว๊ย........โอ๊ย...ยามะพีร้องโอดอวยด้วยความเจ็บ  มือเล็กลูบไปตามแขนขาเพื่อสำรวจความเสียหาย....ไอ้บ้าเอ๊ย....เหวี่ยงลงมาได้......

 

นี่มันแหวนของฉันนี่...นอกจากจะเป็นเด็กใจแตกแล้วยังขี้ขโมยอีกเหรอเนี่ย...ยูอิจิชี้หน้ายามะพีทันทีที่เห็นแหวนของตนอยู่บนนิ้วของอีกฝ่าย...จะว่าตัวเองทำตกก็ไม่ใช่....

 

ไม่ใช่นะ...ฉันไม่ได้จะขโมย....  ยามะพีตอบปัดเสียงแข็ง...ถึงแม้จะรู้อยู่เต็มอกว่าสิ่งที่ตนทำมันเรียนว่าขโมยก็เถอะ  แต่ความจริงก็ใช่ว่าเค้าจะอยากได้ไอ้แหวนสับปะรังเคนี่ซะเมื่อไหร่....

 

ไม่ได้ขโมยแล้วนี่เรียกว่าอะไร...หลักฐานแน่นหนาขนาดนี้ยังจะมาแก้ตัวอีก....  ยูอิจิตรงเข้ามากระชากแขนคนปากแข็งพร้อมตะคอกถามด้วยแรงอารมณ์....ของสำคัญที่เค้าเก็บรักษามันไว้เป็นอย่างดี  แต่ยัยเด็กชั้นต่ำนี่ตั้งใจจะขโมยมัน.....

 

ก็บอกว่าไม่ได้ขโมยยังไงเล่า...ก็แค่ขอยืมแป๊บเดี๋ยวเอง  เสร็จแล้วฉันจะเอามาคืนแน่ๆ.... 

 

หึ...ใครเค้าจะเชื่อเด็กขี้โกหกอย่างนาย.....  ว่าพร้อมกับบีบแขนของอีกฝ่ายอย่างแรง  ทำเอายามะพีถึงกับนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ....ทำไมต้องโกรธขนาดนี้ด้วยนะกะอีแค่แหวนเงินธรรมดาๆ วงเดียว.....

 

ก็ถ้าไอ้เกมรับน้องบ้าบอนั้นไม่สั่งให้ฉันทำ....ฉันก็ไม่อยากได้ของๆ นายนักหรอก...เอาคืนไปเลย...อยากได้ตายหล่ะ... ยามะพีพยายามจะถอดแหวนแล้วเขวี้ยงคืนไอ้บ้าซาดิสม์ตรงหน้า...นึกว่าตัวเองโกรธเป็นคนเดียวรึไงกัน.....แต่ทว่า...ทำไมมันถอดไม่ออกฟร่ะ......

 

ฮะ...เฮ๊ย...ทำไมไม่ออกฟร่ะ....  ยามะพีพยายามออกแรง..แต่ดึงเท่าไหร่แหวนเจ้ากรรมก็ไม่ออมออกเสียที

 

นี่ยัยเด็กชั้นต่ำ...เอาแหวนชั้นคืนมาเดี๋ยวนี้....  ยูอิจิตะคอก...คิดจะมาลูกเล่นอะไรอีก...

 

โว๊ย..ก็จะคืนอยู่นี่ไง....แต่เห็นมั๊ยเนี่ยว่ามันถอดไม่ออก....ห้อยแล้วยังโง่อีก.....  ปากอิ่มตอกกลับไปอย่างถึงพริกถึงขิงเช่นกัน...คำก็เด็กชั้นต่ำ  สองคำก็เด็กชั้นต่ำ....เออ...ไอ้ห้อยชั้นสูง.....

 

ปากดีนักนะ...ขโมยของคนอื่นแล้วยังมาทำนิสัยอย่างนี้อีก....เด็กบ้าพ่อแม่ไม่สั่งสอนหรือไง....ยูอิจิด่ากราดร่างบางซ้ำยังเหยียดไปถึงบุพการีอีก....

 

........ 

 

ทีนี้มาทำเงียบ...สงสารพ่อแม่นายจริงๆ สอนไปก็เท่านั้น  เพราะเด็กอย่างนายสอนไปก็ไม่คิดจะจำหรอก....  ยูอิจิยังคงต่อว่าร่างบาง....แต่ก็ต้องรู้สึกแปลกเมื่อเจ้าของริมฝีปากกล้าไม่ยักกะต่อล้อต่อเถียงด้วย.....

 

เด็กอย่างฉันน่ะไม่เคยได้รับการอบรมสั่งสอนอย่างใครเค้าหรอก...พ่อแม่หน้าตาเป็นยังไงก็ยังไม่รู้...อันที่จริงมีรึเปล่าก็ไม่รู้....ฉะนั้นไม่ต้องมาพูดว่าสงสาร...ชั้นโตมาด้วยตัวเอง...นิสัยมันก็เลยเป็นอย่างที่นายเห็นนี่แหล่ะ....จะทำไม.....  ยามะพีตอกกลับอีกฝ่ายแสร้งทำเป็นเข้มแข็ง  พยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลต่อหน้าคนๆ นี้....ยูอิจิที่มองดูใช่ว่าจะดูไม่ออก  ร่างสูงเริ่มรู้สึกผิดขึ้นมานิดๆ....... 

 

เออ.........คือ..........ฉัน.......ปัง!ยังไม่ทันที่ยูอิจิจะได้พูดอะไร  ยามะพีก็วิ่งออกจากห้องไปเสียแล้ว  ทิ้งให้ยูอิจิยืนเอออยู่กับที่เพียงลำพัง...พร้อมกับสติที่เพิ่งระลึกได้......

 

แหวนฉันอยู่กับไอ้เด็กนั้นนี่แหว่า.......

 

 

................................................................................

 

อ๊ะ....ที่นี่ที่ไหนเนี่ย.......ว้าว.....ห้องสวยจัง  อุจิที่เพิ่งตื่นมองไปรอบๆห้องที่ไม่คุ้นตาอย่างสนใจ...วอลเปเปอร์สีขาวสะอาดตาทั่วทั้งห้องตัดกับเฟอร์นิเจอร์เครื่องหนังสีดำสุดหรูดูเข้ากัน  ตู้เสื้อผ้ากระจกทั้งตัวกัดให้เป็นรูปของเทพกรีกโบราณ  ส่วนเตียงที่ตนกำลังนั่งอยู่เป็นเตียงสีขาวสะอาดตาตัดกับผ้าห่มที่คลุมเตียงอยู่ซึ่งเป็นผ้าปักขนนกสีดำทั้งผืน...แม่เจ้าโว๊ย...นี่มันหอนักเรียนรึห้องสวีทโรงแรมกันแน่เนี่ย......

 

อุจิมองสำรวจทั่วห้องเสียจนลืมตัว  เกือบลืมจุดประสงค์ที่ต้องมาที่นี่....ลืมแม้กระทั่งตัวเองเข้ามาอยู่ในนี้ได้อย่างไร...

 

 อ๊ะ..ไม่ได้...........ไม่ได้  ต้องรีบหาของก่อน.........รูปเหรอ........ที่ที่จะเก็บรูปไว้...........ก็ต้องเป็น  อุจิคิดพร้อมกับตรงไปที่โต๊ะตัวเล็กตรงหัวเตียงแล้วค้นดู..... 

 

เย้.......เจอแล้วๆ....เอารูปนี้แล้วกัน  น่ารักดี.... พูดกับตัวเองพร้อมกับเอารูปที่คิดว่าน่ารักที่สุดออกมาจากอัลบั้ม..                                                                            

 

ทำอะไรของนายหน่ะ.... เสียงหนึ่งถามมาจากทางด้านหลังทำเอาอุจิสะดุ้งตกใจ  รีบยัดรูปใส่ลงไปในกระเป๋ากางเกง  ก่อนจะค่อยๆ หันมาเผชิญหน้ากับอีกฝ่าย....

 

ฉันถามว่านายทำอะไรของนาย  เรียวถามเสียงเข้ม  แค่นั้นก็ทำเอาอุจิสะดุ้งตกใจขวัญหนีดีฝ่อไปหมดแล้ว.....

 

เออ..........ผม............ไม่ได้ทำอะไร................อุจิรู้สึกเหมือนขาดอากาศหายใจ  บรรยากาศตอนนี้มันช่างอึกอัดเสียอยากจะเป็นลมล้มพับไปอีกซักรอบ...... 

 

ปีหนึ่งใช่ไหม.....ชื่ออะไร...แล้วนั้น...ซ่อนอะไรไว้ในกระเป๋าเรียวถามก่อจจะค่อยๆ ย่างเข้ามาใกล้ๆ........อุจิถอยหลังหนีตามสัญชาตญาณ(เคะ)ไปจนมุมชิดติดกำแพง...แย่แล้วไงเรา.......

 

ผมชื่อ........ฮิโรกิ  อุจิฮะ.......ผะ......ผะ......ผมอุจิตอบอ้อมแอ้มก้มหน้างุดหลบสายตาจับผิดของเรียว......เรียวใช้มือหนึ่งยันกำแพงไว้....อีกมือล้วงลงไปในกระเป๋ากางเกงของอุจิ........อุจิหน้าแดงมองหน้าเรียวตาโตเป็นไข่ห่าน...อะไรกันเพิ่งเริ่มเรื่องตอนแรกก็จะรุกกันเสียแล้วเหรอ....งี้คนอ่านเค้าก็หาว่าเราใจง่ายแย่หน่ะสิ....>///<

 

นี่อะไร....เรียวเอ่ยถามพร้อมกับชูรูปถ่ายที่เพิ่งไอ้จากกระเป๋ากางเกงอีกฝ่าย......

 

ก็.....ก็รูปตอนเด็ก.....ขะ.....ขะ.........ของนายไงอุจิตอบซื่อๆ พร้อมกับฉีกยิ้มแหยะๆ ไปให้....อะไรกันรูปตอนเด็กตัวเองจำไม่ได้รึไงเนี่ย....

 

โอ๊ย.....เรื่องนั้นหน่ะฉันรู้แล้ว....ฉันหมายความว่า....นายจะขโมยมันไปทำไม......กิจกรรมรับน้องใช่มั๊ย  เรียวถามอย่างรู้ทันระคนหน่ายใจ...... อุจิพยักหน้าขึ้นลงตามปะสาคนซื่อ.....

 

ว่าแล้วเชียว.....  เรียวเอามืออีกข้างขึ้นมายันกำแพงดักอุจิไว้...

 

ขะ..ขอผมได้ไหมฮะ...  อุจิถามอย่างหวาดๆ.....ถูกเค้าจับได้ยังกล้าขอเค้าอีกเน๊อะ.....

 

ถ้าอยากได้ล่ะก็ฉันมีข้อแลกเปลี่ยนอะไรนิดหน่อย....ตกลงมั๊ย....อุจิรีบพยักหน้าขึ้นลงตอบรับทันที  ทั้งที่ยังไม่ทันรู้เลยว่าสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการคืออะไร....

 

ถ้านายอยากได้...นายต้องคายออกมาให้หมด  ว่าใครเป็นต้นรื่องจัดงานรับน้องนี้ขึ้นมา...เรียวบอกข้อแลกเปลี่ยน  อุจิหน้าเสียทันที....ขืนบอกต้องแย่แน่ๆ  แต่ถ้าไม่บอกเราก็แย่เหมือนกัน....และถ้าเราบอกคนอื่นก็ต้องเดือนร้อนไปด้วย.......

 

ขอโทษฮะ....แต่ผมบอกไม่ได้....เพราะเดี๋ยวคนอื่นจะเดือดร้อนเพราะผม... ไม่รู้ว่าวิญญาณแม่พระเข้าสิงอุจิหรืออย่างไร  ร่างบางถึงได้ยอมเสียสละตนเพื่อคนอื่นเช่นนี้....

 

ดี... นายกลัวคนอื่นเดือดร้อน แต่ไม่กลัวตัวเองเดือดร้อนใช่มั๊ย....ดีล่ะ.....งั้นชั้นก็จะลงโทษนายเอง   ในฐานะที่ฉันเป็นประธานนักเรียน.....นายทำผิดกฎ  ข้อ 1.ออกนอกที่พักในยามวิกาล  2.บุกค้นห้องประธานนักเรียน  3.ขโมยทรัพย์สินส่วนบุคคล 4. ปิดบังและช่วยเหลือผู้อื่นให้ทำผิดกฎโดยเจตนา........ฉันจะกักบริเวณนายสองอาทิตย์.....หลังเลิกเรียน  และวันหยุดเสาร์อาทิตย์   มาหาชั้นที่ห้องประธานสภานักเรียน…”  เรียวพูดจบก็คลายมืออกจากกำแพงเพื่อปล่อยอุจิให้ได้รับอิสระอีกครั้ง....

 

จะมีใครเคราะห์กรรมซัดเหมือนอย่างเค้ามั๊ยนะ  ของก็ไม่ได้...แถมยังต้องถูกลงโทษจากประธานนักเรียนอีก.....อุจิได้แต่ยืนถอนหายใจให้กับโชคชะตาของตน...

 

 

เอ๊า...มัวแต่ยืนเหม่ออยู่ได้  ตามมาสิ...ฉันจะไปส่งที่หอ...ก่อนที่นายจะทำผิดกฎอีก....  เสียงเรียวปลุกอุจิให้ตื่นจากภวังค์  

 

ไปได้แล้วก่อนที่ฉันจะตั้งข้อหาให้นายใหม่....ไม่พูดเปล่า...เรียวก็ถือวิสาสะจับแขนแล้วลากอุจิออกจากห้องไป

 

 

 

 

 

TOBeCon..........

 

........................................................................................................

 

edit @ 4 Jul 2009 13:05:38 by TaKaCHii LAND

edit @ 4 Jul 2009 21:58:02 by TaKaCHii LAND

edit @ 5 Jul 2009 22:02:10 by TaKaCHii LAND